สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง? อย่างน้อยแปดหัวข้อ เริ่มจากหกข้อหลัก คือ ระบบที่ใช้ (แห้งหรือเปียก) เส้นผ่านศูนย์กลาง ความยาว น้ำหนักบรรทุกปลอดภัยต่อต้น สเปคคอนกรีตกับเหล็กเสริม และวิธีทดสอบ แล้วเติมอีกสองข้อที่มักหลุด คือการใช้ปลอกเหล็กกันดินพัง กับเอกสารบันทึกที่ต้องส่งมอบ ส่วนหัวข้อที่สเปคเว้นว่างไว้ จะตกไปใช้ค่าตามมาตรฐาน มยผ. 1106-64 มาตรฐานงานเสาเข็ม ของกรมโยธาธิการและผังเมืองแทน ซึ่งบ่อยครั้งไม่ตรงกับที่เจ้าของงานเข้าใจไว้ตั้งแต่แรก
บทความนี้รวมเช็กลิสต์ 8 ข้อที่สเปค รายการประกอบแบบเฉพาะงาน หรือ TOR ควรระบุ พร้อมค่าความคลาดเคลื่อนและวิธีทดสอบที่มาตรฐานกำหนดไว้ ปิดท้ายด้วยตัวอย่างถ้อยคำที่ก๊อปไปปรับใช้ได้เลย ใช้ได้ทั้งกับคนที่ต้องร่างข้อกำหนดเอง และคนที่ได้แบบมาแล้วอยากรู้ว่าข้อมูลครบพอให้ผู้รับเหมาเสนอราคาหรือยัง ตัวเลขทุกตัวในบทความอ้างอิงเลขข้อของมาตรฐานกำกับไว้ให้ตรวจย้อนได้
ข้อกำหนดงานเสาเข็มเจาะ: อะไรที่สเปคไม่ระบุ ก็ตกไปใช้ มยผ. 1106-64 แทน
มยผ. 1106-64 ข้อ 1.1 วางลำดับไว้ชัดว่า ถ้ารายการประกอบแบบเฉพาะงานระบุเป็นอย่างอื่น ให้ถือตามรายการนั้นเป็นหลัก ส่วนข้อความอื่นใดที่ไม่ได้ระบุไว้ ให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานฉบับนี้
ข้อนี้สำคัญกว่าที่เห็น เพราะช่องที่เว้นว่างไว้ในสเปคไม่ได้หายไปไหน มันแค่ถูกเติมด้วยค่ามาตรฐานแทน ตัวอย่างที่เจอบ่อยสามข้อ
- ไม่ระบุวิธีทดสอบกำลังรับน้ำหนัก ข้อ 6.3 กำหนดให้ทดสอบด้วยวิธีสถิตยศาสตร์ (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อการทดสอบด้านล่าง)
- ไม่ระบุค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ ข้อ 5.5 กำหนดค่าไว้แล้วทั้งตำแหน่งและแนวดิ่ง (ดูตารางด้านล่าง)
- ไม่ระบุระยะห่างในการเจาะต้นถัดไป ข้อ 5.4.1.1 กำหนดว่าเสาเข็มต้นใหม่ต้องห่างจากต้นที่เพิ่งหล่อคอนกรีตเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง ไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางต้นที่ใหญ่กว่า วัดจากศูนย์กลางถึงศูนย์กลาง และในชั้นดินเหนียวอ่อนอาจต้องห่างกว่านั้น
เวลามีปัญหาหน้างานแล้วต้องกลับมาเปิดเอกสารดูว่าใครรับผิดชอบ จุดที่ทำให้เถียงกันมักไม่ใช่ข้อที่เขียนไว้ผิด แต่เป็นข้อที่ไม่มีใครเขียนไว้เลย
เช็กลิสต์ 8 ข้อ สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง
| หัวข้อ | ต้องระบุว่าอะไร | ถ้าไม่ระบุจะเกิดอะไร |
|---|---|---|
| 1. ระบบเสาเข็มเจาะ | ระบบแห้งหรือระบบเปียก | สองระบบอ้างอิงคนละมาตรฐาน ระบบแห้งอยู่ใน มยผ. 1106-64 ส่วนระบบเปียกให้เป็นไปตาม วสท. 1019 (ข้อ 4.3.2 และ 5.4.2) ผู้เสนอราคาจึงตีความได้คนละแบบ |
| 2. เส้นผ่านศูนย์กลาง | ขนาดหน้าตัดของแต่ละต้นตามผังฐานราก | เป็นข้อที่มาตรฐานบังคับให้ระบุในแบบอยู่แล้ว (ข้อ 4.3.1.2) ถ้าเว้นไว้จะเทียบราคาระหว่างผู้เสนอไม่ได้เลย |
| 3. ความยาวหรือระดับปลายเข็ม | ความยาวที่กำหนด หรือระดับปลายเข็มอ้างอิงชั้นดิน | ข้อ 4.3.1.2 เช่นกัน ถ้าไม่มีตัวเลขนี้ ผู้รับเหมาจะประเมินปริมาณคอนกรีตและเหล็กไม่ได้ |
| 4. น้ำหนักบรรทุกปลอดภัยต่อต้น | ความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยที่วิศวกรออกแบบไว้ (ข้อ 4.3.1.2) | เป็นเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่างานผ่านหรือไม่ผ่านตอนทดสอบ ไม่มีตัวเลขนี้ก็ไม่มีอะไรให้ตรวจรับ |
| 5. คอนกรีต | หน่วยแรงอัดประลัยที่ต้องการ และอายุคอนกรีตที่ใช้เป็นเกณฑ์ | หน่วยแรงอัดประลัยวัดจากแท่งตัวอย่างทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 มม. สูง 300 มม. และถ้าไม่ได้ระบุอายุไว้เป็นอย่างอื่น ให้ใช้ที่อายุ 28 วัน (ข้อ 2) ส่วนวัสดุและขั้นตอนให้เป็นไปตาม มยผ. 1101 |
| 6. เหล็กเสริม | ขนาด จำนวน ชั้นคุณภาพ และความยาวของเหล็กเสริมกับปลอกเหล็ก | คุณลักษณะและขั้นตอนให้เป็นไปตาม มยผ. 1103 (ข้อ 4.3.1.1) ส่วนเหล็กข้ออ้อยตาม มอก. 24-2559 แบ่งเป็น 3 ชั้นคุณภาพ คือ SD 30 SD 40 และ SD 50 ซึ่งกำลังไม่เท่ากัน |
| 7. ปลอกเหล็กกันดินพัง | ต้องใช้ตลอดความยาวเสาเข็มหรือเฉพาะช่วงบน | ข้อ 5.4.1.2 ระบุว่าความยาวและความหนาต้องเพียงพอกันดินพัง หรือเป็นไปตามที่ระบุในแบบ บางหน้างานต้องใช้ตลอดความยาวเพื่อให้รับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบ |
| 8. การทดสอบและเอกสารส่งมอบ | วิธีทดสอบ จำนวนต้นที่ต้องทดสอบ วิธีเลือกต้น ผู้ทดสอบ และบันทึกที่ต้องส่งมอบ | ข้อ 6.3 ให้ใช้วิธีสถิตยศาสตร์เมื่อไม่ได้ระบุไว้ ส่วนจำนวนต้นและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ไม่มีค่ามาตรฐานให้ตกไปใช้ ต้องตกลงกันเองตั้งแต่ต้น |
ข้อ 8 เป็นข้อที่หลุดบ่อยที่สุดในเอกสารจัดซื้อ เพราะคนร่างมักเขียนแค่ว่า “ต้องทดสอบตามมาตรฐาน” โดยไม่ระบุจำนวนต้น พอถึงหน้างานก็กลายเป็นการต่อรองกันว่าจะทดสอบกี่ต้นและใครออกเงิน
ส่วนเกณฑ์ว่างานแบบไหนควรใช้ขนาดไหน เขียนแยกไว้ที่ คู่มือเลือกขนาดเสาเข็มเจาะ 35/40/50/60 ซม. และถ้ายังไม่ชัดว่างานควรใช้ระบบแห้งหรือระบบเปียก ดูความต่างได้ที่ เสาเข็มเจาะแบบแห้ง แบบเปียก
ข้อกำหนดวิธีทำงานที่ควรยกมาเขียนไว้ในสเปคด้วย
สามข้อนี้อยู่ในมาตรฐานอยู่แล้ว แต่คุ้มที่จะยกมาเขียนซ้ำในสเปค เพราะเป็นข้อที่ผู้ควบคุมงานใช้สั่งแก้หรือสั่งหยุดงานได้ทันทีที่หน้างานไม่ทำตาม
- ทำความสะอาดก้นหลุมหลังเจาะเสร็จ ข้อ 5.4.1.5 กำหนดให้ทำด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ก้นหลุมสะอาดและแห้ง
- เทคอนกรีตรวดเดียวจบต่อหนึ่งต้น ข้อ 5.4.1.6 กำหนดไว้เพื่อไม่ให้เนื้อคอนกรีตของเสาเข็มเกิดความไม่ต่อเนื่อง
- ถอนปลอกเหล็กขณะคอนกรีตยังไม่ก่อตัว และถอนในแนวดิ่ง ข้อ 5.4.1.7 กำหนดไว้เพื่อไม่ให้คอนกรีตในปลอกถูกยกตามขึ้นมา
ข้อดีของการเขียนไว้ในสเปคคือมันกลายเป็นเงื่อนไขของสัญญา ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเถียงกันว่าใครควรรู้เอง ส่วนลำดับงานหน้างานทั้งหมดมีขั้นตอนอะไรบ้าง ดูได้ที่ 7 ขั้นตอนการเจาะเสาเข็ม
ความคลาดเคลื่อนเสาเข็มเจาะ ยอมให้เท่าไร ตาม มยผ. 1106-64
ค่าตำแหน่งในข้อ 5.5.1 ใช้เมื่อแบบรายละเอียดไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ส่วนค่าแนวดิ่งในข้อ 5.5.2 มาตรฐานกำหนดไว้โดยไม่มีเงื่อนไขว่าแบบจะระบุหรือไม่
| รายการ | ค่าที่ยอมให้ | ข้ออ้างอิง |
|---|---|---|
| ตำแหน่งเสาเข็มที่ระดับตัดหัวเข็ม ฐานรากที่ใช้เข็ม 1 ต้นและ 2 ต้น | เบี่ยงเบนจากศูนย์กลางในแบบไม่เกิน 50 มิลลิเมตร | ข้อ 5.5.1 |
| ตำแหน่งเสาเข็มที่ระดับตัดหัวเข็ม ฐานรากที่ใช้เข็มตั้งแต่ 3 ต้นขึ้นไป | ไม่เกิน 75 มิลลิเมตร | ข้อ 5.5.1 |
| ค่าเบี่ยงเบนของกลุ่มเสาเข็มในฐานรากเดียวกัน | ไม่เกิน 50 มิลลิเมตร | ข้อ 5.5.1 |
| เสาเข็มขนาดใหญ่กว่า 600 มิลลิเมตร | ให้เป็นดุลยพินิจของวิศวกรผู้คำนวณออกแบบ | ข้อ 5.5.1 |
| ความผิดพลาดในแนวดิ่ง | ไม่เกิน ร้อยละ 1 ของความยาวเสาเข็ม | ข้อ 5.5.2 |
เกินค่าเหล่านี้แล้วยังไม่ถือว่าเสาเข็มต้นนั้นใช้ไม่ได้ทันที มาตรฐานกำหนดว่าต้องมีวิศวกรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของฐานรากและเสาเข็มที่เป็นผลจากการเบี่ยงเบนนั้น สิ่งที่สเปคควรเขียนเพิ่มคือใครเป็นผู้ตรวจ ใช้เวลากี่วัน และถ้าต้องแก้ไขจะแก้ด้วยวิธีไหน
การทดสอบเสาเข็มเจาะมีกี่แบบ และควรเขียนลงสเปคอย่างไร
| การทดสอบ | ใช้ดูอะไร | มาตรฐานอ้างอิง |
|---|---|---|
| ทดสอบกำลังรับน้ำหนักวิธีสถิตยศาสตร์ (Static Axial Pile Load Test) | กำลังรับน้ำหนักบรรทุกตามแนวแกนของเสาเข็ม | มยผ. 1251 (อ้างในข้อ 6.1) |
| ทดสอบกำลังรับน้ำหนักวิธีพลศาสตร์ (Dynamic Axial Pile Load Test) | กำลังรับน้ำหนักบรรทุกตามแนวแกนของเสาเข็ม | มยผ. 1252 (อ้างในข้อ 6.2) |
| ทดสอบความสมบูรณ์ (Seismic Integrity Test) | ความต่อเนื่องและความสมบูรณ์ของเนื้อเสาเข็มตลอดความยาว | มยผ. 1551 (อ้างในข้อ 6.4) |
สองเรื่องที่มาตรฐานพูดไว้ตรง ๆ และมักถูกมองข้ามตอนร่างเอกสาร
- ไม่ระบุวิธี เท่ากับเลือกวิธีสถิตยศาสตร์ไปแล้ว ข้อ 6.3 เขียนไว้ว่าถ้าแบบหรือรายการประกอบแบบเฉพาะงานไม่ได้ระบุรายละเอียดวิธีทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกไว้ ให้ดำเนินการทดสอบด้วยวิธีสถิตยศาสตร์ ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นวิธีที่กินเวลาหน้างานมากกว่าวิธีพลศาสตร์
- เสาเข็มที่รูปทรงหรือขนาดคลาดเคลื่อนจากแบบ ต้องทดสอบความสมบูรณ์ ข้อ 5.4.1.8 ให้ทดสอบด้วยวิธี Seismic Integrity Test หรือวิธีอื่นที่วิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นชอบ ข้อนี้ทำให้ต้นทุนงานเปลี่ยนได้กลางทาง สเปคจึงควรเขียนไว้ล่วงหน้าว่าค่าทดสอบส่วนนี้เป็นของใคร
อยากให้หัวข้อการทดสอบไม่ต้องมาตกลงกันใหม่หน้างาน ต้องเขียนสี่อย่างนี้ให้ครบ คือวิธีที่ใช้ จำนวนต้นหรือสัดส่วนที่ต้องทดสอบ วิธีเลือกว่าจะทดสอบต้นไหน และผู้ทดสอบกับผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
บันทึกและเอกสารที่สเปคควรกำหนดให้ส่งมอบ
ข้อ 5.4.1.9 กำหนดให้ทำรายงานผลการก่อสร้างเสาเข็มแต่ละต้น พร้อมแบบแปลนแสดงตำแหน่งเสาเข็มต้นที่ทำการเจาะ โดยใช้แบบฟอร์ม บฟ. มยผ. 1106-2 นี่คือบันทึกรายต้น ไม่ใช่รายงานสรุปรวมทั้งงาน
นอกจากบันทึกรายต้นแล้ว รายการเอกสารที่ควรเขียนไว้ในสเปคว่าต้องส่งมอบเมื่อไหร่และส่งกี่ชุด มีดังนี้
- ผลทดสอบกำลังอัดของคอนกรีตที่ใช้ พร้อมวันที่เก็บตัวอย่าง
- เอกสารรับรองเหล็กเสริมจากผู้ผลิต ระบุชั้นคุณภาพและมาตรฐานที่อ้างอิง
- ผลทดสอบเสาเข็มตามวิธีที่กำหนดไว้ในสเปค
- ผังตำแหน่งเสาเข็มจริงหลังงานเสร็จ สำหรับเทียบกับตำแหน่งในแบบ
เอกสารชุดนี้ใช้ตอนตรวจรับงาน และใช้อีกครั้งเมื่อมีคำถามเรื่องฐานรากหลังจากนั้นหลายปี ถ้าไม่ได้เขียนไว้ตั้งแต่ในสเปค พอจะขอย้อนหลังตอนงานจบไปแล้ว มักได้ไม่ครบ
ตัวอย่างถ้อยคำที่เขียนลงสเปคหรือ TOR ได้
ห้าบรรทัดนี้ใช้เป็นโครงตั้งต้น เติมตัวเลขจากแบบที่วิศวกรออกแบบไว้ลงในช่องว่าง แล้วให้วิศวกรผู้ออกแบบตรวจก่อนใช้จริงทุกครั้ง
- ระบบ — “งานเสาเข็มเจาะระบบแห้ง ให้ดำเนินการตามมาตรฐาน มยผ. 1106-64 มาตรฐานงานเสาเข็ม กรมโยธาธิการและผังเมือง”
- ตัวเสาเข็ม — “เสาเข็มเจาะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ___ เซนติเมตร จำนวน ___ ต้น ความยาวไม่น้อยกว่า ___ เมตร หรือถึงระดับ ___ รับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยไม่น้อยกว่า ___ ต่อต้น ตามผังฐานรากเลขที่ ___”
- วัสดุ — “คอนกรีตมีหน่วยแรงอัดประลัยไม่น้อยกว่า ___ ที่อายุ 28 วัน วัสดุและการปฏิบัติเป็นไปตาม มยผ. 1101 เหล็กเสริมเป็นไปตาม มยผ. 1103 ชั้นคุณภาพ ___ ตาม มอก. 24-2559”
- ความคลาดเคลื่อน — “ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้เป็นไปตาม มยผ. 1106-64 ข้อ 5.5.1 และ 5.5.2 กรณีเกินค่าที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องเสนอผลการตรวจสอบโดยวิศวกรให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาก่อนดำเนินการต่อ”
- การทดสอบและเอกสาร — “ทดสอบ ___ (ระบุวิธีและมาตรฐานอ้างอิง) จำนวน ___ ต้น โดยผู้ควบคุมงานเป็นผู้เลือกต้นที่ทดสอบ ค่าใช้จ่ายอยู่ในความรับผิดชอบของ ___ พร้อมส่งมอบบันทึกผลการก่อสร้างเสาเข็มรายต้นตามข้อ 5.4.1.9 และผังตำแหน่งเสาเข็มจริงหลังงานแล้วเสร็จ”
คำถามที่พบบ่อย
สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง?
อย่างน้อยต้องระบุระบบที่ใช้ว่าเป็นระบบแห้งหรือระบบเปียก เส้นผ่านศูนย์กลาง ความยาวหรือระดับปลายเข็ม น้ำหนักบรรทุกปลอดภัยต่อต้น สเปคคอนกรีตและเหล็กเสริม การใช้ปลอกเหล็กกันดินพัง วิธีทดสอบพร้อมจำนวนต้นที่ต้องทดสอบ และเอกสารบันทึกที่ต้องส่งมอบ ในจำนวนนี้ เส้นผ่านศูนย์กลาง ความยาว และน้ำหนักบรรทุกปลอดภัย เป็นสามข้อที่ มยผ. 1106-64 ข้อ 4.3.1.2 กำหนดให้ระบุในแบบหรือรายการประกอบแบบอยู่แล้ว
มยผ. 1106-64 คืออะไร เกี่ยวกับเสาเข็มเจาะอย่างไร?
เป็นมาตรฐานงานเสาเข็มของกรมโยธาธิการและผังเมือง ครอบคลุมเสาเข็มคอนกรีตทุกประเภทสำหรับอาคารและสิ่งก่อสร้างทั่วไป โดยมีหัวข้อเฉพาะของเสาเข็มเจาะแบบแห้งทั้งด้านคุณลักษณะ (ข้อ 4.3.1) และด้านการก่อสร้าง (ข้อ 5.4.1) ส่วนเสาเข็มเจาะแบบเปียกให้ไปใช้มาตรฐาน วสท. 1019 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์แทน
เสาเข็มเจาะเยื้องศูนย์ได้เท่าไรถึงจะยอมรับได้?
ไม่เกิน 50 มิลลิเมตรสำหรับฐานรากที่ใช้เข็มหนึ่งต้นและสองต้น และไม่เกิน 75 มิลลิเมตรสำหรับฐานรากที่ใช้เข็มตั้งแต่สามต้นขึ้นไป เมื่อแบบไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น (ข้อ 5.5.1) ส่วนแนวดิ่งยอมให้ผิดพลาดไม่เกินร้อยละ 1 ของความยาวเสาเข็ม (ข้อ 5.5.2) นอกจากนี้ค่าเบี่ยงเบนของกลุ่มเสาเข็มในฐานรากเดียวกันต้องไม่เกิน 50 มิลลิเมตร และหากค่าใดเกินกว่าที่กำหนด ต้องมีวิศวกรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของฐานรากและเสาเข็มที่เป็นผลจากการเบี่ยงเบนนั้น
ถ้าแบบไม่ได้ระบุวิธีทดสอบเสาเข็ม ต้องทดสอบแบบไหน?
ข้อ 6.3 กำหนดให้ทดสอบด้วยวิธีสถิตยศาสตร์ตาม มยผ. 1251 ถ้างานตั้งใจจะใช้วิธีพลศาสตร์ตาม มยผ. 1252 หรือทดสอบความสมบูรณ์ด้วย Seismic Integrity Test ตาม มยผ. 1551 ต้องเขียนระบุไว้ในสเปคให้ชัด พร้อมจำนวนต้นที่ต้องทดสอบและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
เสาเข็มเจาะระบบเปียกใช้มาตรฐานเดียวกับระบบแห้งไหม?
ไม่ใช่ฉบับเดียวกัน มยผ. 1106-64 ระบุไว้ในข้อ 4.3.2 และ 5.4.2 ว่าคุณลักษณะและข้อกำหนดการก่อสร้างของเสาเข็มเจาะแบบเปียกให้เป็นไปตาม วสท. 1019 ข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะ สเปคจึงต้องระบุระบบให้ชัดตั้งแต่ต้น เพราะมันเปลี่ยนทั้งมาตรฐานที่ใช้ตรวจและวิธีทำงานหน้างาน
สรุป: เขียน TOR เสาเข็มเจาะให้ไม่เหลือช่องให้ตีความ
เช็กลิสต์ทั้ง 8 ข้อในบทความนี้ตอบคำถามเดียวกันหมด คือเมื่อถึงวันตรวจรับงาน จะใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ข้อที่สเปคเว้นว่างไว้จะถูกเติมด้วยค่าตามมาตรฐานเสมอ ซึ่งบางข้ออย่างวิธีทดสอบ มีผลกับค่าใช้จ่ายและระยะเวลาทำงานโดยตรง
ถ้ามีแบบฐานรากหรือรายการประกอบแบบอยู่แล้ว ส่งมาได้เลย บริษัท เสาเข็มเจาะ จำกัด รับงานเสาเข็มเจาะระบบแห้งขนาด 35 ถึง 60 เซนติเมตร รวมทั้งงานไมโครไพล์และเสาเข็มกดไฮดรอลิก ทีมงานดูให้ว่าข้อมูลในเอกสารครบพอจะเสนอราคาได้หรือยัง และถ้ายังขาดหัวข้อไหนจะแจ้งกลับไปเป็นข้อ ๆ
ส่วนเรื่องราคาว่าประกอบขึ้นจากอะไรบ้าง อ่านแยกได้ที่ ราคาเสาเข็มเจาะคิดจากอะไร
📞 โทร 086-610-6000 · แอดไลน์ส่งแบบหรือรายการประกอบแบบ · boredpile.co.th
อ่านเพิ่มเติม: เลือกขนาดเสาเข็มเจาะ 35/40/50/60 ซม. · เสาเข็มเจาะแบบแห้ง แบบเปียก · 7 ขั้นตอนการเจาะเสาเข็ม · เทียบเสาเข็มกดไฮดรอลิก ตอก และเจาะ

