ทดสอบเสาเข็มเจาะ มีกี่แบบ? Static / Dynamic / Seismic ต่างกันยังไง

ทดสอบเสาเข็มเจาะ ที่มาตรฐานไทยอ้างถึงมีสามแบบ คือ วิธีสถิตยศาสตร์ ตาม มยผ. 1251 วิธีพลศาสตร์ ตาม มยผ. 1252 และ การตรวจสอบความสมบูรณ์ด้วยวิธี Seismic Test ตาม มยผ. 1551 สองแบบแรกตอบว่าเข็มรับน้ำหนักได้เท่าไร แบบที่สามตอบว่าเนื้อเข็มข้างในสมบูรณ์หรือเปล่า และใช้แทนกันไม่ได้ ถ้าแบบหรือรายการประกอบแบบไม่ได้ระบุวิธีไว้ มยผ. 1106-64 ข้อ 6.3 กำหนดให้ทดสอบด้วยวิธีสถิตยศาสตร์

เรื่องที่ทำให้เจ้าของงานเสียเงินซ้ำซ้อนบ่อยที่สุดในหมวดนี้ คือการสั่งทดสอบผิดแบบ จ่ายค่าตรวจไปแล้วได้กระดาษกลับมาหนึ่งใบ แต่กระดาษใบนั้นไม่ได้ตอบคำถามที่กำลังกังวลอยู่

ถ้ายังไม่ถึงขั้นทดสอบ แต่กำลังร่างข้อกำหนดอยู่ อ่านคู่กับ สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง เพราะเรื่องการทดสอบเป็นหัวข้อที่ถ้าไม่เขียนลงเอกสารตั้งแต่ต้น พอถึงเวลาจริงจะกลายเป็นการต่อรองกันหน้างานว่าใครจ่าย

ทดสอบเสาเข็มเจาะ มีกี่แบบ แต่ละแบบตอบคำถามคนละข้อ

มยผ. 1106-64 มาตรฐานงานเสาเข็ม ของกรมโยธาธิการและผังเมือง แยกเรื่องนี้ไว้ในหมวดที่ 6 ชื่อว่า การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกและความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ชื่อหมวดบอกไปแล้วว่ามีสองเรื่องที่ไม่เหมือนกัน คือ การรับน้ำหนักบรรทุก กับ ความสมบูรณ์ แล้วชี้ต่อไปยังมาตรฐานคนละเล่มสำหรับแต่ละวิธี

วิธีทดสอบตอบคำถามว่ามาตรฐานอ้างอิงอยู่ในข้อ
วิธีสถิตยศาสตร์
Static Axial Pile Load Test
เข็มต้นนี้รับน้ำหนักตามแนวแกนได้เท่าไรมยผ. 12516.1
วิธีพลศาสตร์
Dynamic Axial Pile Load Test
เข็มต้นนี้รับน้ำหนักได้เท่าไร โดยใช้แรงกระแทกแล้ววิเคราะห์คลื่นหน่วยแรงมยผ. 12526.2
ตรวจสอบความสมบูรณ์
Seismic Integrity Test
เนื้อเข็มต่อเนื่องสม่ำเสมอไหม หน้าตัดผิดปกติตรงไหนหรือเปล่ามยผ. 15516.4

ข้อที่คนอ่านข้ามบ่อยที่สุดคือข้อ 6.3 ซึ่งเขียนว่า หากแบบหรือรายการประกอบแบบเฉพาะงานไม่ได้ระบุรายละเอียดวิธีการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกไว้ ให้ดำเนินการทดสอบด้วยวิธีสถิตยศาสตร์ตามข้อ 6.1 ข้อนี้พูดถึงเฉพาะกรณีที่โครงการกำหนดให้มีการทดสอบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เขียนว่าใช้วิธีไหน มาตรฐานไม่ได้บังคับว่างานเสาเข็มเจาะทุกงานต้องทดสอบ แต่เมื่อจะทดสอบแล้วเอกสารไม่ได้ระบุวิธี ค่าตั้งต้นไม่ใช่วิธีที่ถูกที่สุดหรือเร็วที่สุด แต่เป็นวิธีสถิตยศาสตร์ ใครที่จะเสนอวิธีอื่นแทน ต้องเป็นการตกลงที่เขียนไว้ในเอกสาร ไม่ใช่การตัดสินใจหน้างาน

Static Load Test คือค่าตั้งต้นที่มาตรฐานให้ใช้

มยผ. 1106-64 ข้อ 6.1 เรียกวิธีนี้ว่า Static Axial Pile Load Test แล้วชี้ไปที่ มยผ. 1251 มาตรฐานการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกตามแนวแกนของเสาเข็มด้วยวิธีสถิตยศาสตร์ เป็นตัวกำหนดรายละเอียดวิธีการ โดยหลักของวิธีคือการใส่น้ำหนักจริงลงตามแนวแกนของเสาเข็มแล้ววัดการทรุดตัวที่เกิดขึ้น จึงเป็นวิธีที่ตีความผลได้ตรงที่สุดเพราะไม่ต้องอาศัยการแปลงสัญญาณมาช่วย

ข้อแลกเปลี่ยนคือมันกินพื้นที่และกินเวลา เพราะต้องมีน้ำหนักจริงหรือระบบยึดรั้งอยู่ที่หน้างาน ในทางปฏิบัติจึงมักใช้กับเข็มจำนวนไม่กี่ต้นเพื่อยืนยันสมมติฐานการออกแบบ แล้วใช้วิธีอื่นตรวจส่วนที่เหลือ ซึ่งเป็นการวางแผนที่รับได้ตราบใดที่เขียนไว้ในเอกสารตั้งแต่ต้น

Dynamic Load Test เร็วกว่า แต่มีเงื่อนไขที่คนมองข้าม

วิธีพลศาสตร์ใช้แรงกระแทกที่หัวเสาเข็มในทิศทางตามแนวแกน แล้ววัดความเครียดและความเร่งที่ผิวเสาเข็ม ก่อนแปลงเป็นแรงกับความเร็วเพื่อวิเคราะห์ตามทฤษฎีคลื่นหน่วยแรง ข้อดีคือใช้เวลาต่อต้นน้อยกว่ามากและไม่ต้องขนน้ำหนักถ่วงเข้าหน้างาน

แต่ในหัวข้อขอบข่ายของ มยผ. 1252-51 เอง เขียนเงื่อนไขของวัตถุประสงค์ข้อแรกไว้ตรง ๆ ว่า การพิสูจน์กำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม จะกระทำได้หลังจากการตรวจประเมินความน่าเชื่อถือโดยการสอบเทียบกับวิธีการทดสอบบรรทุกเสาเข็มแบบสถิตยศาสตร์แล้ว ประโยคนี้เปลี่ยนความหมายของงานไปทั้งก้อน เพราะแปลว่าวิธีพลศาสตร์ไม่ได้ออกแบบมาให้ยืนอยู่ลำพัง มันเป็นวิธีที่ขยายผลจากการทดสอบแบบสถิตยศาสตร์ที่ทำไว้ก่อนหน้า ไม่ใช่ทางลัดที่ใช้แทนกันได้ทั้งโครงการ

ถ้ามีใครเสนอให้ใช้วิธีพลศาสตร์อย่างเดียวทั้งงาน คำถามที่ควรถามคือ ผลที่ได้จะสอบเทียบกับอะไร และการสอบเทียบนั้นทำไว้แล้วหรือยัง

รายละเอียดที่บอกว่าการทดสอบทำถูกวิธีหรือเปล่า

ถ้าได้เข้าไปดูตอนทดสอบ มีสามจุดที่ดูออกได้โดยไม่ต้องเป็นวิศวกรทดสอบเอง

  • ตำแหน่งติดหัววัด มยผ. 1252-51 ข้อ 4.2 กำหนดให้ติดมาตรความเร่งกับมาตรความเครียดเป็นคู่ ที่ผิวด้านข้างของเสาเข็มในด้านที่ตรงข้ามกัน ระยะห่างจากจุดศูนย์กลางเท่ากัน และห่างจากหัวเสาเข็มไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็ม เหตุผลทางวิศวกรรมของการติดเป็นคู่ตรงข้ามกันคือเพื่อให้แยกผลจากแรงดัดออกจากแรงตามแนวแกนได้
  • สัญญาณที่วัด ข้อ 4.1.4 กำหนดว่าอย่างน้อยต้องมีความเครียดตามแกนและความเร่งตามแกนของเสาเข็ม
  • ทีมงาน ข้อ 4.1.5 กำหนดผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างน้อยสี่หน้าที่ คือผู้ควบคุมการทดสอบ ผู้ควบคุมอุปกรณ์ตอกทดสอบ ผู้ควบคุมและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของระบบวัดสัญญาณ และผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย

อีกข้อที่มีผลกับการวางแผนคือข้อ 4.1.3 ซึ่งกำหนดว่าเสาเข็มทดสอบต้องมีคุณสมบัติเหมือนกับเสาเข็มใช้งาน ต้องสร้างด้วยวิธีเดียวกับเสาเข็มใช้งาน และต้องจัดทำบันทึกวิธีการก่อสร้างเสาเข็มทดสอบไว้ด้วย เงื่อนไขข้อนี้มีไว้เพื่อให้ผลที่ได้ใช้อ้างถึงเข็มต้นอื่นในโครงการได้จริง ถ้าเข็มทดสอบสร้างด้วยวิธีหรือเงื่อนไขที่ต่างออกไป ผลที่ได้ก็อ้างถึงได้แค่ต้นนั้นต้นเดียว บันทึกวิธีการก่อสร้างเสาเข็มทดสอบจึงเป็นเอกสารที่ควรขอเก็บไว้คู่กับรายงานผล

Seismic Integrity Test บอกว่าเข็มสมบูรณ์ ไม่ได้บอกว่ารับน้ำหนักได้

นี่คือจุดที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด และมาตรฐานเขียนกันไว้ชัดเจนแล้ว มยผ. 1551-51 ข้อ 1.2 ระบุวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบว่าเพื่อประเมิน ความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ขนาดหน้าตัดของเสาเข็ม และความต่อเนื่องกับความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุเสาเข็ม แล้วปิดท้ายด้วยประโยคว่า การตรวจสอบนี้ไม่สามารถใช้เพื่อการประเมินกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม

ในหมวดนิยาม ข้อ 2.1 ก็ย้ำอีกชั้นว่าการตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม หมายถึงการประเมินเชิงคุณภาพของขนาดหน้าตัด ความต่อเนื่อง และความสม่ำเสมอของวัสดุเสาเข็ม คำว่าเชิงคุณภาพอยู่ในตัวบทเอง ไม่ใช่การตีความ

เพราะฉะนั้นถ้าคำถามที่ค้างอยู่ในใจคือ เข็มชุดนี้รับน้ำหนักอาคารที่จะขึ้นไปได้หรือเปล่า ผลตรวจ Seismic Test ที่ผ่านทุกต้นก็ยังไม่ตอบคำถามนั้น มันตอบแค่ว่าเนื้อเข็มไม่มีความผิดปกติที่วิธีนี้ตรวจเจอ

สี่อย่างที่วิธีนี้ตรวจไม่เจอ

ข้อ 1.3.5 ของ มยผ. 1551-51 เขียนข้อจำกัดไว้เอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่าเวลาต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อผลแค่ไหน

  1. รอยแตกตามแนวดิ่ง คือรอยแตกตามแนวแกนของเสาเข็ม พิสูจน์ทราบไม่ได้ เพราะความเสียหายลักษณะนั้นไม่ทำให้เกิดการขัดขวางการเดินทางของคลื่นหน่วยแรง
  2. เข็มที่หน้าตัดเปลี่ยนแปลงมาก หรือมีความไม่ต่อเนื่องหลายตำแหน่ง วิเคราะห์ได้ยากและเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ซึ่งน่าคิดตรงที่เข็มแบบนี้แหละคือเข็มที่เราอยากตรวจที่สุด
  3. เสาเข็มเหล็กแผ่น เหล็กรูปพรรณ และเหล็กรูปท่อกลวง ระบุไว้ว่าไม่เหมาะที่จะใช้วิธีนี้ตรวจ
  4. กำลังรับน้ำหนักบรรทุก ตามข้อ 1.2 ที่ยกมาข้างต้น

ต้องรอกี่วันถึงจะทดสอบความสมบูรณ์ได้

มยผ. 1551-51 ข้อ 4.1.2 กำหนดว่าสำหรับการตรวจสอบเสาเข็มคอนกรีตหรือเสาเข็มเหล็กที่เสริมกำลังด้วยคอนกรีต ต้องบ่มคอนกรีตให้มีกำลังไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าออกแบบ หรือบ่มให้ครบ 7 วันก่อน จึงจะเริ่มการทดสอบได้ ตัวเลขนี้ควรอยู่ในแผนงานตั้งแต่ต้น เพราะถ้าวางแผนจะตรวจในวันที่ทีมเสาเข็มยังไม่ถอนตัวออกจากหน้างาน ต้องนับวันให้พ้นเงื่อนไขนี้ก่อน

นอกจากนั้นข้อ 4.1.1 ยังกำหนดสภาพหน้างานไว้ด้วยว่า หัวเสาเข็มทดสอบควรมีผิวเรียบและเป็นส่วนที่คอนกรีตมีคุณภาพดี โดยอนุญาตให้ใช้เครื่องมือกลเจียรแต่งผิวเสาเข็มเพื่อการดังกล่าวได้ และสถานที่ทดสอบควรเข้าถึงได้ง่ายและไม่มีน้ำท่วมขัง สามข้อนี้คือสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ให้ก่อนผู้ตรวจมาถึง ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ตรวจจะจัดการให้

เมื่อไหร่ที่มาตรฐานบอกว่า ต้อง ทดสอบ ไม่ใช่ ควร

มยผ. 1106-64 ไม่ได้เขียนว่างานเสาเข็มเจาะทุกงานต้องทดสอบ แต่มีอยู่กรณีหนึ่งที่เขียนเป็นข้อบังคับตรง ๆ คือข้อ 5.4.1.8 ซึ่งระบุว่า ในกรณีที่เสาเข็มเจาะมีรูปทรงหรือขนาดคลาดเคลื่อนไปจากที่กำหนดในแบบหรือรายการประกอบแบบเฉพาะงาน ให้ทำการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มโดยวิธี Seismic Integrity Test หรือวิธีอื่นที่วิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นชอบ

ข้อนี้ผูกกับเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนในข้อ 5.5 ซึ่งเป็นตัวเลขที่วัดได้จริงหน้างาน ก่อนหยิบไปใช้ให้ดูก่อนว่างานของตัวเองเป็นระบบไหน เพราะข้อกำหนดการก่อสร้างที่ยกมาในบทความนี้อยู่ในข้อ 5.4.1 ซึ่งเป็นเรื่องของเสาเข็มเจาะแบบแห้ง ส่วนระบบเปียกใช้มาตรฐานคนละเล่ม (อธิบายไว้ท้ายบทความ)

เรื่องเกณฑ์ที่ยอมให้ข้อ
ค่าเบี่ยงเบนตำแหน่งที่ระดับตัดหัวเข็ม ฐานรากที่ใช้เข็ม 1 ต้นและ 2 ต้นไม่เกิน 50 มิลลิเมตร5.5.1
ค่าเบี่ยงเบนตำแหน่งที่ระดับตัดหัวเข็ม ฐานรากที่ใช้เข็มตั้งแต่ 3 ต้นขึ้นไปไม่เกิน 75 มิลลิเมตร5.5.1
ค่าเบี่ยงเบนของกลุ่มเสาเข็มในฐานรากไม่เกิน 50 มิลลิเมตร5.5.1
ความผิดพลาดในแนวดิ่งไม่เกินร้อยละ 1 ของความยาวเสาเข็ม5.5.2

ข้อ 5.5.1 ยังเขียนต่อว่า หากค่าเบี่ยงเบนมีค่าสูงกว่าค่าดังกล่าว จะต้องมีวิศวกรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของฐานรากและเสาเข็มที่เป็นผลจากการเบี่ยงเบนนั้น และถ้าเสาเข็มมีขนาดเกินกว่า 600 มิลลิเมตร ค่าเบี่ยงเบนสูงสุดให้เป็นดุลยพินิจของวิศวกรผู้คำนวณออกแบบ ส่วนข้อ 5.5.2 กำหนดเงื่อนไขทำนองเดียวกันไว้สำหรับความผิดพลาดในแนวดิ่ง

เกณฑ์พวกนี้ไม่ใช่ตัวเลขไว้ให้สอบผ่านสอบตกเฉย ๆ แต่มันคือสวิตช์ที่เมื่อเลยเส้นแล้ว จะเปลี่ยนงานจาก จบแล้ว เป็น ต้องมีวิศวกรเข้ามาตรวจสอบและอาจต้องทดสอบเพิ่ม จึงควรจดค่าที่วัดได้ทุกต้นไว้ในรายงานผลการก่อสร้างรายต้น รายละเอียดว่าจะวัดและจดอะไรบ้างหน้างาน อยู่ใน เช็กลิสต์ตรวจงานเสาเข็มเจาะหน้างาน

ทดสอบเสาเข็มกี่ต้น มาตรฐานไม่ได้ให้ตัวเลขไว้

คำถามนี้เจอบ่อยที่สุด และคำตอบตรง ๆ คือ ทั้ง มยผ. 1106-64 และ มยผ. 1252-51 ไม่ได้กำหนดจำนวนหรือร้อยละของเสาเข็มที่ต้องทดสอบไว้เป็นตัวเลขตายตัว สิ่งที่ มยผ. 1252-51 ข้อ 4.1.3 เขียนไว้คือ จำนวนและตำแหน่งของเสาเข็มทดสอบต้องกำหนดให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการทดสอบ

ถ้อยคำแบบนี้ไม่ใช่ช่องโหว่ แต่มันย้ายภาระการตัดสินใจไปไว้ที่คนออกแบบและคนเขียนเอกสาร ผลในทางปฏิบัติคือ ถ้าเอกสารของโครงการไม่ได้เขียนจำนวนไว้ จะไม่มีตัวเลขกลางให้อ้างตอนตกลงกัน แต่ละฝ่ายจะประเมินจากมุมของตัวเอง แล้วเรื่องนี้จะกลายเป็นการต่อรองหน้างาน ทั้งที่ควรจบตั้งแต่ตอนทำเอกสาร

สิ่งที่ควรทำจึงเป็นการเขียนสี่บรรทัดนี้ลงไปในรายการประกอบแบบตั้งแต่ก่อนประมูล

  1. ทดสอบด้วยวิธีอะไร ถ้าจะใช้วิธีอื่นนอกจากวิธีสถิตยศาสตร์ ต้องเขียนไว้ เพราะข้อ 6.3 ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นวิธีสถิตยศาสตร์อยู่แล้ว
  2. จำนวนกี่ต้น และเลือกต้นไหน ใครเป็นคนชี้ต้นที่จะทดสอบ
  3. ใครเป็นผู้ทดสอบ เป็นผู้รับเหมาเอง หรือผู้ตรวจภายนอกที่เจ้าของงานเป็นคนจ้าง
  4. ใครออกค่าใช้จ่าย และถ้าผลไม่ผ่านแล้วต้องทดสอบเพิ่ม ค่าส่วนที่เพิ่มเป็นของใคร

ข้อสี่คือข้อที่หายไปจากเอกสารบ่อยที่สุด และเป็นข้อที่ทำให้เกิดการค้างจ่ายตอนปลายงาน หัวข้ออื่นที่ควรอยู่ในเอกสารชุดเดียวกันรวมไว้แล้วใน เช็กลิสต์สเปคเสาเข็มเจาะตาม มยผ. 1106-64

อ่านรายงานผลทดสอบ ดูอะไรก่อน

รายงานที่ได้กลับมามักหนาและเต็มไปด้วยกราฟ แต่มีไม่กี่จุดที่คนไม่ใช่วิศวกรทดสอบก็ตรวจความครบถ้วนได้ มยผ. 1551-51 ข้อ 5.3.1 ระบุว่ารายงานผลการทดสอบที่สมบูรณ์ควรประกอบด้วยเจ็ดหมวด คือหมวดทั่วไป หมวดคุณสมบัติและการก่อสร้างเสาเข็มทดสอบ หมวดอุปกรณ์ทดสอบ หมวดการทดสอบ หมวดการประมวลและวิเคราะห์ผล หมวดสรุป และหมวดอื่น ๆ

ในหมวดที่สอง ข้อ 5.3.2 ระบุให้เสาเข็มหล่อในที่ต้องบอกขนาดของหัวเจาะ ความยาวเสาเข็มและปริมาตรคอนกรีตที่ใช้ รวมถึงวิธีการที่ใช้ประกอบการก่อสร้างเช่นขบวนการทำงานในกรณีที่ใช้ปลอกเหล็กป้องกันหลุมเจาะพังทลาย และให้ระบุปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง การหยุดตอกชั่วคราว และการพังทลายของหลุมเจาะไว้ด้วย

ปริมาตรคอนกรีตที่ใช้จริงเทียบกับปริมาตรตามทฤษฎีของหลุม เป็นตัวเลขที่อ่านง่ายที่สุดในรายงานทั้งเล่ม ถ้าตัวเลขสองค่านี้ต่างกันมาก ให้อ่านคู่กับหมายเหตุเรื่องปัญหาอุปสรรคระหว่างก่อสร้างที่รายงานให้ระบุไว้ในหมวดเดียวกัน เพราะสภาพชั้นดินและวิธีป้องกันหลุมเจาะทำให้ปริมาตรจริงต่างจากทฤษฎีได้ทั้งสองทาง

อีกข้อที่ควรรู้คือข้อ 5.3.1 กำหนดว่า ข้อมูลรายการใดที่ไม่สามารถหาได้ ควรระบุไว้ให้ชัดเจนในรายงานด้วย แปลว่าช่องว่างในรายงานไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยผ่านได้ มาตรฐานให้เขียนกำกับไว้ว่าทำไมถึงไม่มี

เสาเข็มเจาะแบบเปียกใช้มาตรฐานคนละเล่ม

ประเด็นที่ควรเช็กก่อนหยิบตัวเลขข้างบนไปใช้ คือหมวด 5.4 ของ มยผ. 1106-64 แยกเสาเข็มเจาะเป็นสองแบบ ข้อกำหนดในการก่อสร้างที่ยกมาในบทความนี้อยู่ในข้อ 5.4.1 ซึ่งเป็นเรื่องของเสาเข็มเจาะแบบแห้ง ส่วนข้อ 5.4.2 เขียนไว้ว่าข้อกำหนดในการก่อสร้างเสาเข็มเจาะระบบเปียกให้เป็นไปตามมาตรฐานสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ วสท. 1019 ข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะ ว่าด้วยข้อกำหนดในการก่อสร้างเสาเข็มเจาะแบบเปียก

ส่วนหมวด 6 เรื่องการทดสอบ ไม่ได้แยกแบบแห้งกับแบบเปียกออกจากกัน จึงใช้อ้างได้กับทั้งสองแบบ ถ้ายังไม่แน่ใจว่างานของตัวเองเป็นระบบไหน อ่าน เสาเข็มเจาะแบบแห้ง แบบเปียก ประกอบ

คำถามที่พบบ่อย

ทดสอบเสาเข็มเจาะ มีกี่แบบ?

มีสามแบบตามที่ มยผ. 1106-64 หมวด 6 อ้างถึง คือการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกตามแนวแกนด้วยวิธีสถิตยศาสตร์ตาม มยผ. 1251 ในข้อ 6.1 การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกตามแนวแกนด้วยวิธีพลศาสตร์ตาม มยผ. 1252 ในข้อ 6.2 และการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มด้วยวิธี Seismic Integrity Test ตาม มยผ. 1551 ในข้อ 6.4 สองแบบแรกวัดกำลังรับน้ำหนัก ส่วนแบบที่สามวัดความสมบูรณ์ของเนื้อเสาเข็มและใช้แทนกันไม่ได้

Seismic Test ผ่านแล้ว แปลว่าเข็มรับน้ำหนักได้ตามออกแบบใช่ไหม?

ไม่ใช่ มยผ. 1551-51 ข้อ 1.2 ระบุวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบไว้ว่าเพื่อประเมินความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ขนาดหน้าตัดของเสาเข็ม และความต่อเนื่องกับความสม่ำเสมอของเนื้อวัสดุเสาเข็ม แล้วเขียนต่อว่าการตรวจสอบนี้ไม่สามารถใช้เพื่อการประเมินกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม ถ้าต้องการยืนยันกำลังรับน้ำหนัก ต้องใช้การทดสอบตาม มยผ. 1251 หรือ มยผ. 1252

ถ้าแบบไม่ได้ระบุวิธีทดสอบไว้ ต้องใช้วิธีไหน?

วิธีสถิตยศาสตร์ มยผ. 1106-64 ข้อ 6.3 กำหนดว่าหากแบบหรือรายการประกอบแบบเฉพาะงานไม่ได้ระบุรายละเอียดวิธีการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกไว้ ให้ดำเนินการทดสอบด้วยวิธีสถิตยศาสตร์ตามข้อ 6.1 ดังนั้นถ้าจะใช้วิธีอื่น ต้องเป็นการตกลงที่เขียนไว้ในเอกสารตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การตัดสินใจหน้างาน

ต้องทดสอบเสาเข็มกี่ต้น?

มาตรฐานไม่ได้ให้ตัวเลขไว้ มยผ. 1252-51 ข้อ 4.1.3 เขียนว่าจำนวนและตำแหน่งของเสาเข็มทดสอบต้องกำหนดให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการทดสอบ จำนวนจึงต้องมาจากแบบหรือรายการประกอบแบบของโครงการ ถ้าเอกสารไม่ได้เขียนไว้ จะไม่มีตัวเลขกลางให้อ้างตอนตกลงกัน จึงควรระบุทั้งวิธีทดสอบ จำนวนต้น ผู้ทดสอบ และผู้ออกค่าใช้จ่าย ลงในเอกสารตั้งแต่ก่อนประมูล

เทคอนกรีตเสร็จแล้วทดสอบความสมบูรณ์ได้เลยไหม?

ยังไม่ได้ มยผ. 1551-51 ข้อ 4.1.2 กำหนดว่าสำหรับเสาเข็มคอนกรีตหรือเสาเข็มเหล็กที่เสริมกำลังด้วยคอนกรีต ต้องบ่มคอนกรีตให้มีกำลังไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าออกแบบ หรือบ่มให้ครบ 7 วันก่อน จึงจะเริ่มการทดสอบได้ นอกจากนี้ข้อ 4.1.1 ยังกำหนดว่าหัวเสาเข็มทดสอบควรมีผิวเรียบและเป็นส่วนที่คอนกรีตมีคุณภาพดี และสถานที่ทดสอบควรเข้าถึงได้ง่ายและไม่มีน้ำท่วมขัง

สรุป: เลือกวิธีให้ตรงกับคำถามที่ค้างอยู่

ก่อนสั่งทดสอบ ให้ตอบตัวเองก่อนว่ากำลังกังวลเรื่องอะไร ถ้ากังวลว่าเข็มจะรับน้ำหนักไม่ไหว คำตอบอยู่ที่ มยผ. 1251 หรือ มยผ. 1252 ถ้ากังวลว่าเนื้อเข็มข้างในจะไม่ต่อเนื่องเพราะเห็นอะไรผิดปกติตอนเท คำตอบอยู่ที่ มยผ. 1551 และถ้ายังไม่มีใครเขียนไว้ว่าจะทดสอบอย่างไร กี่ต้น ใครจ่าย นั่นคือสิ่งที่ต้องแก้ก่อนจะไปถึงเรื่องเลือกวิธี

ถ้ามีแบบฐานรากหรือรายการประกอบแบบอยู่แล้ว ส่งมาได้เลย บริษัท เสาเข็มเจาะ จำกัด รับงานเสาเข็มเจาะระบบแห้งขนาด 35 ถึง 60 เซนติเมตร รวมทั้งงานไมโครไพล์และเสาเข็มกดไฮดรอลิก ทีมงานดูให้ว่าเอกสารระบุเรื่องการทดสอบไว้ครบพอจะเสนอราคาได้หรือยัง และถ้ายังขาดหัวข้อไหนจะแจ้งกลับไปเป็นข้อ ๆ

📞 โทร 086-610-6000 · แอดไลน์ส่งแบบหรือรายการประกอบแบบ · boredpile.co.th

อ่านเพิ่มเติม: สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง · ตรวจงานเสาเข็มเจาะหน้างานต้องดูอะไรบ้าง · 7 ขั้นตอนการเจาะเสาเข็ม · เลือกขนาดเสาเข็มเจาะ 35/40/50/60 ซม. · ราคาเสาเข็มเจาะคิดจากอะไร

อ้างอิง: มยผ. 1106-64 มาตรฐานงานเสาเข็ม กรมโยธาธิการและผังเมือง · มยผ. 1252-51 มาตรฐานการรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์ และ มยผ. 1551-51 มาตรฐานการตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มด้วยวิธี Seismic Test กรมโยธาธิการและผังเมือง พ.ศ. 2551

โทรเลยทักไลน์