ตรวจงานเสาเข็มเจาะหน้างานต้องดูอะไรบ้าง? แบ่งเป็นสามช่วง คือ ก่อนเครื่องลง ดูผังตำแหน่งกับลำดับการเจาะและสภาพปลอกเหล็ก ระหว่างเจาะและเทคอนกรีต ดูก้นหลุม การสูบน้ำ การเทรวดเดียว และการถอนปลอก หลังตัดหัวเข็ม วัดค่าเบี่ยงเบนแล้วเก็บเอกสารรายต้น จุดชี้ขาดของแต่ละช่วงมีเลขข้อกำกับอยู่ใน มยผ. 1106-64 มาตรฐานงานเสาเข็ม และ มยผ. 1101-64 มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก ของกรมโยธาธิการและผังเมือง
งานเสาเข็มเจาะมีลักษณะที่ทำให้ตรวจยากกว่างานอื่น คือพอเทคอนกรีตเสร็จ ของทั้งหมดอยู่ใต้ดิน มองไม่เห็น รื้อดูไม่ได้ และถ้าจะรู้ว่าข้างในเป็นอย่างไรต้องเสียเงินทดสอบเพิ่ม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ตรวจได้จริงมีอยู่แค่สองอย่าง คือสิ่งที่เห็นด้วยตาในวันที่ทีมงานอยู่หน้างาน กับเอกสารที่ได้ตอนจบงาน บทความนี้เรียงให้ว่าแต่ละช่วงดูอะไร เกณฑ์คือเท่าไร และถ้าเห็นแล้วรู้สึกไม่ถูกต้องควรถามอะไรก่อนปล่อยผ่าน ตัวเลขทุกตัวกำกับเลขข้อของมาตรฐานไว้ให้ตรวจย้อนได้
ถ้ายังไม่ถึงขั้นหน้างาน แต่กำลังร่างข้อกำหนดหรือได้แบบมาแล้วอยากรู้ว่าครบไหม อ่านคู่กับ สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง จะเห็นภาพทั้งวงจร เพราะของที่ไม่ได้เขียนไว้ในเอกสารตั้งแต่ต้น พอถึงหน้างานจะไม่มีอะไรให้ยึดตอนตรวจ
ตรวจงานเสาเข็มเจาะ ช่วงที่ 1 ก่อนเครื่องลง ดูอะไรบ้าง
ช่วงนี้ยังแก้อะไรได้ถูกที่สุด เพราะยังไม่มีคอนกรีตลงหลุมสักต้น สี่เรื่องที่ควรเคลียร์ให้จบก่อนเครื่องเริ่มทำงาน
ผังตำแหน่งกับข้อมูลพื้นฐานของเข็มแต่ละต้น
มยผ. 1106-64 ข้อ 4.3.1.2 กำหนดว่าเสาเข็มต้องมีความยาว เส้นผ่านศูนย์กลาง และความสามารถรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยตามที่ระบุไว้ในแบบหรือในรายการประกอบแบบ สามอย่างนี้คือเกณฑ์ที่จะใช้ตัดสินตอนตรวจรับ ถ้าเปิดแบบแล้วยังไม่มีครบ ให้จบเรื่องนี้กับผู้ออกแบบก่อน อย่าเพิ่งเริ่มงาน เพราะเมื่อไม่มีตัวเลขให้เทียบ การตรวจทั้งหมดหลังจากนั้นจะเหลือแค่การดูว่างานออกมาเรียบร้อยดีหรือเปล่า
อีกจุดที่ควรถามตั้งแต่วันแรกคือ งานนี้เป็นระบบแห้งหรือระบบเปียก เพราะสองระบบไม่ได้ใช้มาตรฐานฉบับเดียวกัน ระบบแห้งอยู่ใน มยผ. 1106-64 ส่วนระบบเปียกให้เป็นไปตาม วสท. 1019 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ข้อ 4.3.2 และ 5.4.2) เกณฑ์ที่ยกมาในบทความนี้จึงเป็นของงานระบบแห้งเป็นหลัก ถ้าไม่แน่ใจว่างานของตัวเองเป็นระบบไหน ดูความต่างได้ที่ เสาเข็มเจาะแบบแห้ง แบบเปียก
ลำดับการเจาะ และระยะห่างจากต้นที่เพิ่งหล่อเสร็จ
ข้อนี้เป็นข้อที่ยืนดูก็รู้ได้ทันที ข้อ 5.4.1.1 บอกว่าการเจาะต้องทำตามลำดับที่ถูกต้องและไม่เกิดผลกระทบต่อเสาเข็มต้นข้างเคียงที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยหากไม่มีการกำหนดในแบบรายละเอียด ระยะห่างระหว่างต้นใหม่กับต้นที่เพิ่งหล่อคอนกรีตเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง ต้องไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นที่ใหญ่กว่า วัดจากศูนย์กลางเสาเข็มถึงศูนย์กลาง และถ้าเป็นชั้นดินเหนียวอ่อน อาจจำเป็นต้องใช้ระยะมากกว่านั้น
แปลเป็นภาษาหน้างาน สมมติเข็มขนาด 35 เซนติเมตร ต้นที่เทเสร็จไปแล้ว ต้นที่จะเจาะใหม่ควรอยู่ห่างจากต้นนั้นอย่างน้อยประมาณ 2.1 เมตร วัดจากจุดศูนย์กลางถึงจุดศูนย์กลาง ถ้าผังฐานรากวางเข็มไว้ชิดกว่านั้น ทางออกมีสองทาง คือสลับลำดับการเจาะไปทำต้นอื่นก่อน หรือรอให้พ้นกรอบ 24 ชั่วโมง
เกณฑ์ 6 เท่านี้ผูกกับกรอบเวลา 24 ชั่วโมง ให้จดเวลาที่เทเสร็จเป็นชั่วโมง อย่าจดเป็นวัน เพราะ “เมื่อวานเย็น” กับ “เมื่อวานเช้า” ให้คำตอบคนละอย่าง และถ้าเกิน 24 ชั่วโมงไปแล้ว ตัวเลข 6 เท่าจะไม่ใช่เกณฑ์บังคับ แต่ข้อ 5.4.1.1 ยังกำหนดอยู่ว่าการเจาะต้องไม่กระทบต้นข้างเคียงที่เสร็จแล้วอยู่ดี
สภาพปลอกเหล็กกันดินพัง
ปลอกเหล็กกันดินพังหรือ casing เป็นของที่กองอยู่หน้างานให้เห็นชัด ๆ ข้อ 5.4.1.2 กำหนดว่าต้องทำด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ ไม่บิดเบี้ยว มีรูปทรงหน้าตัดที่สม่ำเสมอตลอดความยาว และความยาวกับความหนาต้องเพียงพอในการป้องกันดินพังเข้าสู่หลุมเจาะ หรือเป็นไปตามที่ระบุในแบบรายละเอียด มาตรฐานยังระบุด้วยว่าบางกรณีจำเป็นต้องใช้ปลอกเหล็กตลอดความยาวเสาเข็ม เพื่อให้เสาเข็มรับน้ำหนักบรรทุกได้ตามที่ระบุไว้ในแบบ
ปลอกที่ปากบานเบี้ยวจนหน้าตัดไม่กลม หรือท่อนที่ยุบเป็นรอยจากการใช้งานหนัก เป็นสิ่งที่ถามได้ตรง ๆ ว่าจะใช้ต้นไหน ไม่ต้องเกรงใจ เพราะเป็นข้อกำหนดที่เขียนไว้ในมาตรฐานอยู่แล้ว
เหล็กเสริมกับแหล่งคอนกรีต
ข้อ 4.3.1.1 ผูกไว้ว่า คุณลักษณะของวัสดุที่ใช้เป็นส่วนผสมคอนกรีต และขั้นตอนการปฏิบัติในการก่อสร้าง ให้เป็นไปตาม มยผ. 1101 ส่วนเหล็กเสริมให้เป็นไปตาม มยผ. 1103 ประโยคนี้สำคัญกว่าที่เห็น เพราะมันหมายความว่ากฎเรื่องการทดสอบและการเก็บตัวอย่างคอนกรีตทั้งชุดของ มยผ. 1101 มีผลกับงานเสาเข็มเจาะด้วย รายละเอียดอยู่ในหัวข้อคอนกรีตด้านล่าง
ก่อนเริ่มงานจึงควรรู้ไว้สองอย่าง คือคอนกรีตมาจากไหน เป็นคอนกรีตผสมเสร็จจากรถโม่หรือผสมหน้างาน และใครเป็นคนเก็บตัวอย่างส่งทดสอบ สองคำถามนี้ถามตอนเริ่มงานใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่ถ้าไปถามหลังเทเสร็จแล้วจะไม่มีอะไรให้เก็บอีกเลย
ช่วงที่ 2 เทคอนกรีตเสาเข็มเจาะ ต้องดูอะไร ห้าจุดที่ต้องเห็นกับตา
ช่วงนี้คือหัวใจของการควบคุมคุณภาพเสาเข็มเจาะ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่มีใครย้อนกลับมาดูได้อีก
| จุดที่ดู | เกณฑ์ตามมาตรฐาน | ข้ออ้างอิง |
|---|---|---|
| ก้นหลุมหลังเจาะเสร็จ | ต้องมีการทำความสะอาดก้นหลุมด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ก้นหลุมสะอาดและแห้ง | ข้อ 5.4.1.5 |
| การสูบน้ำในหลุมเจาะ | ห้ามใช้เครื่องสูบน้ำในหลุมเจาะ เว้นแต่หลุมได้ป้องกันการซึมผ่านของน้ำใต้ดินด้วยปลอกเหล็ก หรือหลุมมีเสถียรภาพมั่นคง และการสูบต้องไม่รบกวนชั้นดินใต้หรือบริเวณหลุมเจาะ | ข้อ 5.4.1.4 |
| การกดหรือถอนปลอกด้วยเครื่องเขย่า | ต้องไม่ทำให้ชั้นดินเสียกำลังจนความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาเข็มลดลง | ข้อ 5.4.1.3 |
| การเทคอนกรีต | เสาเข็มแต่ละต้นให้เทรวดเดียวให้เสร็จ เพื่อไม่ให้เนื้อคอนกรีตเกิดความไม่ต่อเนื่อง | ข้อ 5.4.1.6 |
| การถอนปลอกเหล็ก | ต้องถอนขณะคอนกรีตยังไม่ก่อตัว และถอนให้อยู่ในแนวดิ่งตามแนวของเสาเข็ม | ข้อ 5.4.1.7 |
ก้นหลุมต้องแห้ง แต่ห้ามสูบน้ำ แล้วจะทำอย่างไร
สองข้อแรกในตารางอ่านเผิน ๆ เหมือนขัดกันเอง ข้อ 5.4.1.5 บังคับให้ก้นหลุมสะอาดและแห้ง ส่วนข้อ 5.4.1.4 ห้ามใช้เครื่องสูบน้ำในหลุมเจาะ ทางออกที่มาตรฐานวางไว้อยู่ที่ปลอกเหล็ก เพราะข้อยกเว้นของข้อ 5.4.1.4 เขียนไว้ว่าสูบได้เมื่อหลุมได้ป้องกันการซึมผ่านของน้ำใต้ดินด้วยปลอกเหล็กกันดินพัง หรือหลุมนั้นมีเสถียรภาพมั่นคง
แปลว่าปลอกที่ยาวพอและแน่นพอคือตัวที่ทำให้น้ำใต้ดินไม่ซึมเข้าหลุมตั้งแต่แรก เมื่อไม่มีน้ำเข้า ก็ไม่มีอะไรต้องสูบ ส่วนหน้างานที่น้ำเข้าจนต้องสูบ แปลว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องอาศัยข้อยกเว้น ซึ่งข้อยกเว้นนั้นยังมีเงื่อนไขต่อท้ายอีกชั้นว่าการสูบต้องไม่ทำให้เกิดการรบกวนชั้นดินที่อยู่ใต้หรือบริเวณหลุมเจาะ เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นสายสูบน้ำ คำถามที่ตรงประเด็นคือหลุมนี้ลงปลอกไว้ถึงระดับไหน ไม่ใช่การสั่งหยุดทันที
ส่วนวิธีดูก้นหลุมนั้น หลุมลึกหลายเมตรมองด้วยตาเปล่าไม่ถึงก้นอยู่แล้ว ให้ขอส่องไฟลงไปดูก่อนหย่อนเหล็กเสริม แล้วถ่ายรูปเก็บไว้รายต้น ถ้าเห็นน้ำขังหรือตะกอนอยู่ที่ก้น ให้ถามว่าจะทำความสะอาดด้วยวิธีไหนและใช้เวลาเท่าไร
การเทและการถอนปลอก
ถ้าเห็นการเทหยุดค้างกลางคันเพราะรถโม่คันต่อไปยังไม่มา นั่นคือความเสี่ยงที่จะเกิดรอยต่อในเนื้อคอนกรีตของเข็มต้นนั้น ให้บันทึกไว้ว่าต้นไหนและหยุดไปกี่นาที เพราะถ้าภายหลังผลทดสอบความสมบูรณ์มีปัญหา ข้อมูลนี้จะช่วยชี้ได้ว่าเกิดจากอะไร และเป็นรายชื่อต้นที่ควรถูกเลือกไปทดสอบก่อนต้นอื่น
ส่วนแนวดิ่งของเสาเข็ม มยผ. 1106-64 ข้อ 5.5.2 กำหนดไว้ว่าความผิดพลาดในแนวดิ่งต้องไม่เกินร้อยละ 1 ของความยาวเสาเข็ม และข้อนี้ไม่มีเงื่อนไข “หากไม่ได้ระบุในแบบ” เหมือนข้อเรื่องตำแหน่ง ในทางปฏิบัติค่านี้ต้องคุมตั้งแต่ตอนตั้งเครื่องและตอนลงปลอก เพราะพอเข็มฝังอยู่ใต้ดินแล้ว จะย้อนกลับไปวัดความเอียงจากหัวเข็มที่ตัดแล้วไม่ได้ ช่วงที่ยืนดูได้จริงคือช่วงนี้ คำถามที่ควรถามคือทีมงานใช้อะไรควบคุมแนวดิ่ง และเช็กซ้ำระหว่างเจาะกี่ครั้ง
ภาพรวมว่างานเจาะทั้งกระบวนการทำอย่างไร ดูได้ที่ 7 ขั้นตอนการเจาะเสาเข็ม
ไปดูหน้างานแล้วจดอะไรบ้าง
สมุดหนึ่งเล่มกับโทรศัพท์หนึ่งเครื่องพอ ห้าบรรทัดต่อหนึ่งต้น
- หมายเลขต้นตามผังฐานราก
- เวลาที่เริ่มเทและเวลาที่เทเสร็จ
- เทหยุดค้างระหว่างทางหรือไม่ ถ้าหยุด หยุดไปกี่นาที
- เวลาที่ถอนปลอกเหล็ก
- วันนี้เก็บตัวอย่างคอนกรีตกี่ก้อน ใครเป็นคนเก็บ และใครอยู่ด้วยตอนเก็บ
ห้าบรรทัดนี้คือของที่ทำให้คุยกันรู้เรื่องในวันที่มีปัญหา เพราะมันตอบคำถามได้ว่าต้นไหนน่าสงสัยและเพราะอะไร
เก็บตัวอย่างคอนกรีตเสาเข็มเจาะ ต้องกี่ก้อน เกณฑ์ผ่านเท่าไร
เรื่องคอนกรีตอยู่ในช่วงที่ 2 เหมือนกัน แต่แยกออกมาเพราะเกณฑ์มาจากมาตรฐานคนละฉบับ และเป็นส่วนที่หน้างานทั่วไปข้ามบ่อยที่สุด ทั้งที่เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่พิสูจน์ย้อนหลังได้ว่าคอนกรีตที่ลงไปในหลุมมีกำลังตามที่ออกแบบไว้จริง เมื่อ มยผ. 1106-64 ข้อ 4.3.1.1 ผูกขั้นตอนการปฏิบัติไว้กับ มยผ. 1101 ข้อกำหนดชุดต่อไปนี้จึงใช้กับงานเสาเข็มเจาะด้วย
| เรื่อง | มาตรฐานกำหนดว่า | ข้ออ้างอิง (มยผ. 1101-64) |
|---|---|---|
| ทดสอบค่าการยุบตัว (Slump Test) | ต้องทดสอบทุกครั้งที่เปลี่ยนอัตราส่วนผสมของน้ำกับปูนซีเมนต์ หรือเมื่อผู้ควบคุมงานเห็นว่าคอนกรีตข้นหรือเหลวเกินไป วิธีทดสอบตาม มยผ. 1209 · มาตรฐานไม่ได้กำหนดค่ายุบตัวสำหรับเสาเข็มเจาะไว้เป็นตัวเลขตายตัว ค่าที่ใช้จึงต้องมาจากที่ผู้ออกแบบกำหนด ให้ถามผู้ควบคุมงานว่ากำหนดไว้เท่าไร แล้วเทียบกับที่วัดได้หน้างาน | ข้อ 5.8.1 |
| ใครต้องอยู่ตอนเก็บ | การเก็บตัวอย่างคอนกรีตเพื่อนำไปตรวจสอบคุณภาพ ให้ดำเนินการต่อหน้าผู้ควบคุมงาน และปฏิบัติตาม มยผ. 1208 | ข้อ 5.8.2 |
| ความถี่และจำนวน | เก็บทุกวันที่มีการเทคอนกรีต และอย่างน้อย 3 ก้อน เพื่อทดสอบกำลังเมื่ออายุ 28 วัน หรือตามที่ผู้ออกแบบกำหนด | ข้อ 5.8.3 |
| วันที่เทน้อย | วันที่เทน้อยกว่า 5 ลูกบาศก์เมตร จะไม่เก็บก็ได้ ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขอื่น แต่จำนวนตัวอย่างรวมต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในข้อ 5.8.3.5 | ข้อ 5.8.3.1 |
| เกณฑ์ตามปริมาตร | ถ้าไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่น ให้เก็บทุก ๆ 50 ลูกบาศก์เมตร และเศษของ 50 ลูกบาศก์เมตร | ข้อ 5.8.3.5 |
| เปลี่ยนแหล่งวัสดุ | ต้องเก็บทุกครั้งที่เปลี่ยนแหล่งทราย หรือหิน-กรวด และเมื่อเทคอนกรีตที่มีกำลังอัดประลัยต่างกัน | ข้อ 5.8.3.3 และ 5.8.3.4 |
| เก็บจากรถโม่อย่างไร | เก็บอย่างน้อย 3 ช่วง เป็นระยะสม่ำเสมอตลอดเวลาที่ปล่อยคอนกรีตลงภาชนะรองรับ โดยครั้งแรกถึงครั้งสุดท้ายห่างกันไม่เกิน 15 นาที | ข้อ 5.8.4.3 |
ข้อที่ควรจำที่สุดคือข้อ 5.8.2 ตัวอย่างต้องเก็บต่อหน้าผู้ควบคุมงาน ผลที่ออกมาทีหลังจะได้ไม่ต้องมาเถียงกันว่าก้อนนั้นเก็บมาจากรถคันไหนและเก็บตอนไหน
ผลออกมาแล้วอ่านอย่างไรว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
กำลังอัดประลัยของคอนกรีตวัดจากแท่งตัวอย่างทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 มิลลิเมตร สูง 300 มิลลิเมตร และถ้าไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ใช้ค่าที่อายุ 28 วันเป็นเกณฑ์ ส่วนการตัดสินว่ายอมรับได้หรือไม่ อยู่ในข้อ 5.9.1 ซึ่งมีสองเงื่อนไขที่ต้องผ่านพร้อมกัน
| เงื่อนไข | เกณฑ์ | ข้ออ้างอิง |
|---|---|---|
| ค่าเฉลี่ยของแท่งตัวอย่าง 3 ก้อนต่อเนื่องกัน | ต้องเท่ากับหรือสูงกว่ากำลังอัดประลัยที่กำหนดไว้ | ข้อ 5.9.1.1 |
| แท่งตัวอย่างแต่ละก้อน (คอนกรีตกำลังไม่เกิน 35 เมกาปาสกาล) | ต่ำกว่าค่าที่กำหนดได้ไม่เกิน 3.5 เมกาปาสกาล หรือ 35 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร | ข้อ 5.9.1.2 |
| แท่งตัวอย่างแต่ละก้อน (คอนกรีตกำลังมากกว่า 35 เมกาปาสกาล) | ต่ำกว่าค่าที่กำหนดได้ไม่เกินร้อยละ 10 | ข้อ 5.9.1.2 |
| ถ้าทดสอบที่อายุ 7 วัน | แต่ละก้อนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กำหนดเมื่ออายุครบ 28 วัน แต่การตัดสินขั้นสุดท้ายถือที่ 28 วัน | ข้อ 5.9.1.2 |
ตัวเลข 7 วันมีประโยชน์ในทางปฏิบัติมาก เพราะมันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าสามสัปดาห์ ถ้าผลที่ 7 วันต่ำกว่าร้อยละ 70 ควรเริ่มคุยกันตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ต้องรอจนครบ 28 วัน เพราะถึงตอนนั้นงานข้างบนอาจขึ้นไปแล้วหลายชั้น
ถ้าผลไม่ผ่านเกณฑ์ มาตรฐานข้อ 5.9.2 ให้ทางเลือกไว้สองทาง คือสกัดหรือรื้อส่วนที่เทไปแล้วออกแล้วหล่อใหม่ หรือดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงขององค์อาคาร ซึ่งทำได้ทั้งการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมโครงสร้าง และการเจาะเก็บตัวอย่างมาทดสอบ (Core Test) ตาม มยผ. 1210 โดยค่าเฉลี่ยของตัวอย่างที่เจาะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด และแต่ละก้อนต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ทางเลือกไหนเหมาะกับหน้างานไหนเป็นเรื่องที่วิศวกรผู้ควบคุมงานต้องเป็นคนตัดสิน
ช่วงที่ 3 หลังตัดหัวเข็ม วัดตำแหน่งและเก็บเอกสาร
เมื่อคอนกรีตแข็งตัวและตัดหัวเข็มถึงระดับที่กำหนดแล้ว จึงถึงเวลาวัดว่าเข็มแต่ละต้นอยู่ตรงตำแหน่งแค่ไหน จุดที่วัดคือที่ระดับตัดหัวเข็ม ตามข้อ 5.5.1 ซึ่งค่าในข้อนี้ใช้เมื่อแบบรายละเอียดไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
| รายการ | ค่าที่ยอมให้ (ข้อ 5.5.1) | วัดอย่างไร |
|---|---|---|
| ตำแหน่งเข็มแต่ละต้น ฐานรากที่ใช้เข็ม 1 ต้นและ 2 ต้น | เบี่ยงเบนจากศูนย์กลางในแบบไม่เกิน 50 มิลลิเมตร | ตีเส้นศูนย์กลางตามผังในแบบลงพื้นหลังตัดหัวเข็ม แล้ววัดจากจุดที่ตีไว้ถึงศูนย์กลางหัวเข็มจริง ถ่ายรูปคู่ตลับเมตรเก็บไว้รายต้น |
| ค่าเบี่ยงเบนของกลุ่มเสาเข็มในฐานรากเดียวกัน | ไม่เกิน 50 มิลลิเมตร | วัดจากศูนย์กลางของกลุ่มเข็มทั้งฐาน ไม่ใช่ดูทีละต้น ฐานที่ทุกต้นเบี้ยวไปทางเดียวกันจะผ่านรายต้นแต่ไม่ผ่านข้อนี้ |
ค่าที่เหลือในข้อเดียวกันคือ ฐานรากที่ใช้เข็มตั้งแต่ 3 ต้นขึ้นไป ยอมให้เบี่ยงเบนได้ไม่เกิน 75 มิลลิเมตร ส่วนเสาเข็มที่มีขนาดเกินกว่า 600 มิลลิเมตร ค่าเบี่ยงเบนสูงสุดให้เป็นดุลยพินิจของวิศวกรผู้คำนวณออกแบบ ตารางค่าเต็มพร้อมคำอธิบายว่าควรเขียนลงเอกสารอย่างไร อยู่ใน สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง
ค่าที่เกินไม่ได้แปลว่าเข็มต้นนั้นใช้ไม่ได้ทันที มาตรฐานทั้งข้อ 5.5.1 และ 5.5.2 เขียนตรงกันว่าเมื่อค่าเบี่ยงเบนสูงกว่าที่กำหนด ต้องมีวิศวกรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของฐานรากและเสาเข็มที่เป็นผลจากการเบี่ยงเบนนั้น สิ่งที่เจ้าของงานควรทำจึงเป็นการบันทึกค่าที่วัดได้ไว้เป็นหลักฐาน แล้วส่งให้วิศวกรผู้ออกแบบพิจารณา
อีกกรณีหนึ่งที่มาตรฐานระบุไว้ชัดคือ ถ้าเสาเข็มเจาะมีรูปทรงหรือขนาดคลาดเคลื่อนไปจากที่กำหนดในแบบหรือรายการประกอบแบบเฉพาะงาน ให้ทำการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มโดยวิธี Seismic Integrity Test หรือวิธีอื่นที่วิศวกรผู้ควบคุมงานเห็นชอบ (ข้อ 5.4.1.8) นั่นคือเหตุผลที่การจดว่าต้นไหนเจอปัญหาระหว่างทางมีค่ามาก เพราะมันคือรายชื่อต้นที่ควรถูกเลือกไปทดสอบ
บันทึกเสาเข็มเจาะรายต้น เอกสารที่ควรได้ตอนจบงาน
ข้อ 5.4.1.9 กำหนดให้ทำรายงานผลการก่อสร้างเสาเข็มแต่ละต้น พร้อมทั้งแบบแปลนแสดงตำแหน่งเสาเข็มต้นที่ทำการเจาะ โดยการบันทึกรายงานให้ใช้แบบฟอร์ม บฟ. มยผ. 1106-2 ข้อนี้เป็นข้อกำหนดในมาตรฐาน เจ้าของงานขอได้
ในทางปฏิบัติ ชุดเอกสารที่ควรเก็บไว้เมื่อจบงานมีสี่อย่าง
- รายงานผลการก่อสร้างรายต้น พร้อมแบบแปลนแสดงตำแหน่งต้นที่เจาะ ตามข้อ 5.4.1.9
- ผลทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต ที่อายุ 28 วัน ตามชุดตัวอย่างที่เก็บไว้ระหว่างงาน
- บันทึกค่าเบี่ยงเบนที่วัดได้จริง ที่ระดับตัดหัวเข็ม เทียบกับผังในแบบ
- ผลทดสอบเพิ่มเติม ถ้ามีการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกหรือทดสอบความสมบูรณ์ พร้อมระบุว่าเลือกต้นไหนและด้วยเหตุผลอะไร
เรื่องการทดสอบมีข้อที่ควรรู้ไว้ข้อหนึ่ง คือถ้าแบบหรือรายการประกอบแบบเฉพาะงานไม่ได้ระบุรายละเอียดวิธีการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกไว้ ข้อ 6.3 กำหนดให้ทดสอบด้วยวิธีสถิตยศาสตร์ตาม มยผ. 1251 การไม่เขียนอะไรไว้เลยจึงไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทดสอบ และเนื่องจากแต่ละวิธีมีค่าใช้จ่ายกับระยะเวลาไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องของราคาในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อความในมาตรฐาน จึงควรตกลงกันให้จบตั้งแต่ตอนทำสัญญา รายละเอียดของวิธีทดสอบทั้งสามแบบและวิธีเขียนลงเอกสาร อยู่ใน สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง
เจอแบบนี้หน้างาน ให้ถามก่อนปล่อยผ่าน
ตารางนี้สรุปสิ่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า คู่กับสิ่งที่มาตรฐานเขียนไว้ เพื่อให้ถามได้ตรงเรื่องโดยไม่ต้องเดา
| สิ่งที่เห็น | มาตรฐานว่าอย่างไร | ควรถามว่า |
|---|---|---|
| สายสูบน้ำหย่อนลงในหลุมเจาะ | ห้ามใช้เครื่องสูบน้ำในหลุมเจาะ เว้นแต่ป้องกันการซึมผ่านของน้ำใต้ดินด้วยปลอกเหล็ก หรือหลุมมีเสถียรภาพมั่นคง (ข้อ 5.4.1.4) | หลุมนี้ลงปลอกกันน้ำซึมไว้ถึงระดับไหน และการสูบจะรบกวนชั้นดินก้นหลุมไหม |
| เครื่องเจาะตั้งอยู่ข้างต้นที่เพิ่งเทเสร็จ | ถ้าแบบไม่กำหนด ระยะจากต้นที่หล่อเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง ต้องไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางต้นที่ใหญ่กว่า (ข้อ 5.4.1.1) | ต้นข้าง ๆ เทเสร็จกี่โมง และระยะจากต้นนั้นถึงต้นนี้เท่าไร |
| การเทคอนกรีตหยุดค้างกลางคัน | เสาเข็มแต่ละต้นให้เทรวดเดียวให้เสร็จ เพื่อไม่ให้เนื้อคอนกรีตไม่ต่อเนื่อง (ข้อ 5.4.1.6) | ต้นนี้จะจัดการอย่างไร และควรใส่ไว้ในรายการต้นที่ต้องทดสอบความสมบูรณ์หรือไม่ |
| ถอนปลอกตอนคอนกรีตเริ่มแข็งแล้ว หรือถอนแบบเอียง | ต้องถอนขณะคอนกรีตยังไม่ก่อตัว และถอนในแนวดิ่งตามแนวเสาเข็ม (ข้อ 5.4.1.7) | ถอนห่างจากเวลาเทกี่นาที และใช้อะไรควบคุมแนวดิ่ง |
| ไม่มีใครเก็บตัวอย่างคอนกรีตทั้งวัน | ให้เก็บทุกวันที่มีการเทคอนกรีต อย่างน้อย 3 ก้อน และต้องเก็บต่อหน้าผู้ควบคุมงาน (มยผ. 1101-64 ข้อ 5.8.2 และ 5.8.3) | วันนี้เทไปกี่ลูกบาศก์เมตร ใครเป็นผู้เก็บตัวอย่าง และส่งทดสอบที่ไหน |
| ปลอกเหล็กที่กองอยู่บิดเบี้ยว ปากบาน | ปลอกต้องไม่บิดเบี้ยว มีรูปทรงหน้าตัดสม่ำเสมอตลอดความยาว (ข้อ 5.4.1.2) | ท่อนไหนจะใช้จริง และท่อนที่เสียรูปคัดออกหรือยัง |
| จบงานแล้วได้แค่ใบส่งของกับใบแจ้งหนี้ | ต้องทำรายงานผลการก่อสร้างเสาเข็มแต่ละต้น พร้อมแบบแปลนแสดงตำแหน่ง ตามแบบฟอร์ม บฟ. มยผ. 1106-2 (ข้อ 5.4.1.9) | ขอรายงานรายต้นกับผังตำแหน่งได้เมื่อไร |
เลือกผู้รับเหมาเสาเข็มเจาะ ดูจากอะไรได้บ้าง
คำถามที่มักมาก่อนทุกเรื่องคือจะรู้ได้อย่างไรว่าทีมที่จะจ้างทำงานเรียบร้อย ในเมื่อผลงานทั้งหมดอยู่ใต้ดิน คำตอบที่ใช้ได้จริงคือดูจากสิ่งที่เขาตอบได้ตอนยังไม่ได้งาน สามคำถามข้างล่างนี้ถามได้ตั้งแต่ตอนขอราคา และไม่ต้องมีความรู้ทางวิศวกรรมก็ฟังคำตอบออก
- งานนี้วางลำดับการเจาะไว้อย่างไร ทีมที่ทำงานสายนี้จริงจะตอบเรื่องระยะห่างกับกรอบเวลา 24 ชั่วโมงได้โดยไม่ต้องเปิดหนังสือ
- ใครเก็บตัวอย่างคอนกรีต และส่งทดสอบที่ไหน คำถามนี้แยกทีมที่ทำงานมีระบบออกจากทีมที่ทำตามความเคยชินได้เร็วที่สุด
- จบงานแล้วเจ้าของงานจะได้เอกสารอะไรบ้าง ถ้าคำตอบมีคำว่ารายงานรายต้นกับผังตำแหน่ง แปลว่าเขารู้ว่ามาตรฐานเขียนอะไรไว้
สามข้อนี้ใช้ถามได้กับทุกเจ้าที่เรียกราคามา รวมถึงเจ้าที่คุยอยู่ตอนนี้ด้วย ส่วนเรื่องราคาที่ต่างกันระหว่างผู้รับเหมาแต่ละราย มักไม่ได้มาจากค่าแรงอย่างเดียว แต่มาจากรายการที่รวมหรือไม่รวมในใบเสนอราคา อ่านแยกได้ที่ ราคาเสาเข็มเจาะคิดจากอะไร และถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องขนาดที่ต้องใช้ ดูได้ที่ เลือกขนาดเสาเข็มเจาะ 35/40/50/60 ซม.
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจงานเสาเข็มเจาะหน้างานต้องดูอะไรบ้าง?
แบ่งเป็นสามช่วง ช่วงก่อนเครื่องลงให้ดูว่าแบบระบุความยาว เส้นผ่านศูนย์กลาง และน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยครบไหม ลำดับการเจาะวางไว้อย่างไร และปลอกเหล็กอยู่ในสภาพใช้ได้หรือไม่ ช่วงระหว่างทำงานให้ดูก้นหลุมว่าสะอาดและแห้ง การใช้เครื่องสูบน้ำ การเทคอนกรีตรวดเดียวจบ และการถอนปลอกขณะคอนกรีตยังไม่ก่อตัว ช่วงหลังตัดหัวเข็มให้วัดค่าเบี่ยงเบนของตำแหน่งที่ระดับตัดหัวเข็ม แล้วเก็บรายงานรายต้นกับผลทดสอบคอนกรีตไว้เป็นหลักฐาน
เห็นคนงานสูบน้ำออกจากหลุมเจาะ ผิดมาตรฐานไหม?
ไม่ได้ผิดเสมอไป แต่เป็นข้อที่มาตรฐานห้ามไว้เป็นหลักและเปิดข้อยกเว้นเฉพาะบางกรณี มยผ. 1106-64 ข้อ 5.4.1.4 ระบุว่าห้ามมิให้มีการใช้เครื่องสูบน้ำในหลุมเจาะ นอกเสียจากหลุมเจาะได้มีการป้องกันการซึมผ่านของน้ำใต้ดินโดยการใช้ปลอกเหล็กกันดินพัง หรือหลุมเจาะนั้นมีเสถียรภาพมั่นคง และการใช้เครื่องสูบน้ำจะต้องไม่ทำให้เกิดการรบกวนชั้นดินที่อยู่ใต้หรือบริเวณหลุมเจาะ คำถามที่ควรถามจึงเป็นว่าหลุมนี้เข้าข้อยกเว้นข้อไหน
เสาเข็มเจาะต้องเก็บตัวอย่างคอนกรีตกี่ก้อน?
อย่างน้อย 3 ก้อนในทุกวันที่มีการเทคอนกรีต เพื่อทดสอบกำลังเมื่ออายุ 28 วัน หรือตามที่ผู้ออกแบบกำหนด ตาม มยผ. 1101-64 ข้อ 5.8.3 ซึ่งมีผลกับงานเสาเข็มเจาะเพราะ มยผ. 1106-64 ข้อ 4.3.1.1 ผูกวัสดุและขั้นตอนการปฏิบัติเรื่องคอนกรีตไว้กับ มยผ. 1101 นอกจากนี้ยังต้องเก็บทุก ๆ 50 ลูกบาศก์เมตรและเศษของ 50 ถ้าไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่น และต้องเก็บต่อหน้าผู้ควบคุมงาน
เจาะต้นใหม่ติดกับต้นที่เพิ่งเทเสร็จได้ไหม?
ได้ถ้าระยะห่างพอ มยผ. 1106-64 ข้อ 5.4.1.1 กำหนดว่าหากแบบรายละเอียดไม่ได้กำหนดไว้ ระยะห่างระหว่างเสาเข็มต้นใหม่กับต้นที่เพิ่งหล่อคอนกรีตแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง ต้องไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มต้นที่ใหญ่กว่า โดยวัดจากศูนย์กลางเสาเข็มเป็นเกณฑ์ และในชั้นดินเหนียวอ่อนอาจจำเป็นต้องใช้ระยะห่างมากกว่าค่าดังกล่าว ถ้าผังฐานรากวางเข็มไว้ชิดกว่านั้น ต้องสลับลำดับการเจาะ หรือรอให้พ้นกรอบ 24 ชั่วโมง
จบงานแล้วต้องได้เอกสารอะไรจากผู้รับเหมาบ้าง?
อย่างน้อยควรได้รายงานผลการก่อสร้างเสาเข็มแต่ละต้น พร้อมแบบแปลนแสดงตำแหน่งเสาเข็มต้นที่ทำการเจาะ ซึ่ง มยผ. 1106-64 ข้อ 5.4.1.9 กำหนดให้ทำโดยใช้แบบฟอร์ม บฟ. มยผ. 1106-2 นอกจากนั้นควรเก็บผลทดสอบกำลังอัดของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน บันทึกค่าเบี่ยงเบนที่วัดได้จริงที่ระดับตัดหัวเข็ม และผลทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกหรือทดสอบความสมบูรณ์ถ้ามีการทดสอบ
สรุป: ตรวจงานเสาเข็มเจาะ ต้องตรวจตอนที่ยังตรวจได้
เสาเข็มเจาะเป็นงานที่ต้นทุนของการตรวจกับต้นทุนของการไม่ตรวจต่างกันมาก การยืนดูตอนเจาะกับตอนเทใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ส่วนการมารู้ทีหลังว่าเข็มต้นหนึ่งมีปัญหา หมายถึงการทดสอบเพิ่ม การวิเคราะห์ใหม่ และบางกรณีคือการแก้ฐานรากที่มีโครงสร้างทับอยู่ข้างบนแล้ว เกณฑ์ทั้งหมดในบทความนี้เป็นค่าที่มาตรฐานกำหนดไว้อยู่แล้ว เปิดเล่มชี้ให้ดูได้
ถ้ามีแบบฐานรากหรือรายการประกอบแบบอยู่แล้ว ส่งมาได้เลย บริษัท เสาเข็มเจาะ จำกัด รับงานเสาเข็มเจาะระบบแห้งขนาด 35 ถึง 60 เซนติเมตร รวมทั้งงานไมโครไพล์และเสาเข็มกดไฮดรอลิก ทีมงานดูให้ว่าข้อมูลในเอกสารครบพอจะเสนอราคาได้หรือยัง และถ้ายังขาดหัวข้อไหนจะแจ้งกลับไปเป็นข้อ ๆ
📞 โทร 086-610-6000 · แอดไลน์ส่งแบบหรือรายการประกอบแบบ · boredpile.co.th
อ่านเพิ่มเติม: สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง · 7 ขั้นตอนการเจาะเสาเข็ม · เสาเข็มเจาะแบบแห้ง แบบเปียก · เลือกขนาดเสาเข็มเจาะ 35/40/50/60 ซม. · ราคาเสาเข็มเจาะคิดจากอะไร

