เจาะสำรวจดินก่อนทำเสาเข็มจำเป็นไหม ขึ้นกับอาคาร กฎหมายบังคับให้เจาะสำรวจดินเฉพาะอาคารบางกลุ่ม เช่น อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และอาคารตั้งแต่ 4 ชั้นในโครงการจัดสรร ส่วนบ้านพักอาศัยทั่วไปไม่บังคับ แต่ผลเจาะดินช่วยให้วิศวกรกำหนดขนาด ความยาว และจำนวนเสาเข็มจากดินจริงของแปลงนั้น แทนการใช้ค่ากลาง การเจาะสำรวจดินคือการเจาะเก็บตัวอย่างและทดสอบชั้นดินใต้ที่ดิน เพื่อดูว่าดินแต่ละความลึกเป็นดินอะไรและรับน้ำหนักได้แค่ไหน
บทความนี้เล่าจากฝั่งคนทำเสาเข็มว่า ผลเจาะดินถูกเอาไปใช้ตรงไหนบ้าง อ่านรายงานเบื้องต้นยังไง และถ้าไม่มีผลเจาะดิน งานเสาเข็มเดินต่อได้แค่ไหน
กฎหมายบังคับเจาะสำรวจดินกับอาคารแบบไหน
กฎหมายที่ใช้ตอนนี้คือ กฎกระทรวงกำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ. 2566 (ใช้บังคับตั้งแต่ 28 ก.พ. 2567 แทนกฎกระทรวงฉบับที่ 6 พ.ศ. 2527) ตามข้อ 5 อาคาร 3 กลุ่มต่อไปนี้ต้องมีรายงานการสำรวจดินฐานรากประกอบรายการคำนวณ และต้องสำรวจไม่น้อยกว่า 3 จุด
| อาคาร | ต้องมีผลสำรวจดินตามกฎหมายไหม |
|---|---|
| อาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ | ต้องมี (ข้อ 5 (1)) |
| อาคารขนาดใหญ่ที่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ สูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป | ต้องมี (ข้อ 5 (2)) |
| อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป ในโครงการจัดสรรที่ดิน | ต้องมี (ข้อ 5 (3)) |
| อาคารอื่นที่ไม่เข้า 3 กลุ่มข้างบน เช่น บ้านพักอาศัยทั่วไป | ไม่บังคับ วิศวกรใช้ค่าที่กฎกระทรวงกำหนดไว้ในข้อ 7–8 ได้ แต่ข้อ 8 ซึ่งเป็นค่าสำหรับเสาเข็ม ใช้กับดินเหนียวในบริเวณปากแม่น้ำ ปากอ่าว ชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน หรือที่ดินเหนียวอ่อนมากไม่ได้ |
ค่าตามข้อ 7–8 เป็นค่ากลางที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ได้ทั่วไป ไม่ได้มาจากดินของแปลงนั้น วิศวกรบางคนจึงยังแนะนำให้เจาะสำรวจแม้กฎหมายไม่บังคับ โดยเฉพาะที่ดินที่ไม่รู้ประวัติ หรือบ้านที่น้ำหนักมากกว่าปกติ การตัดสินใจว่าจะเจาะหรือไม่เป็นของวิศวกรผู้ออกแบบ
เจาะสำรวจดินทำยังไง ได้อะไรกลับมา
ทีมสำรวจตั้งเครื่องเจาะที่จุดที่กำหนดในผังที่ดิน แล้วเจาะลงไปทีละช่วงความลึก ระหว่างทางจะเก็บตัวอย่างดินและทดสอบในสนาม จากนั้นเอาตัวอย่างไปทดสอบต่อในห้องปฏิบัติการ การทดสอบที่เจอบ่อยในรายงานไทยมีดังนี้
- SPT (Standard Penetration Test) ปล่อยลูกตุ้มหนัก 63.5 กก. จากความสูง 760 มม. ตอกกระบอกเก็บดินลงไป แล้วนับจำนวนครั้งที่ตอกให้จมช่วง 300 มม. สุดท้าย (จากการตอกทั้งหมด 450 มม.) เรียกว่าค่า N ยิ่งค่า N สูง ดินยิ่งแน่นหรือแข็ง (นิยามนี้อยู่ในข้อ 2 ของกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน)
- เก็บตัวอย่างดินคงสภาพด้วยกระบอกผนังบาง ใช้กับดินเหนียวอ่อน เพื่อเอาดินที่ไม่ถูกรบกวนไปทดสอบกำลังในห้องปฏิบัติการ
- ทดสอบกำลังรับแรงเฉือนของดินเหนียว เช่น การทดสอบแรงอัดแบบไม่ถูกจำกัด (Unconfined Compression) ในห้องปฏิบัติการ หรือ Field Vane ในหลุมเจาะ ได้ค่ากำลังของดินเหนียวที่วิศวกรใช้คำนวณแรงเสียดทานรอบเข็ม
- วัดระดับน้ำใต้ดิน ในหลุมเจาะ
ข้อ 6 ของกฎกระทรวงกำหนดว่ารายงานการสำรวจดินฐานรากต้องมีอย่างน้อย 7 อย่าง ได้แก่ แผนผังตำแหน่งจุดสำรวจ วิธีสำรวจหรือทดสอบ บันทึกชั้นดินและตัวอย่างดินจากจุดสำรวจ ผลจำแนกชั้นดินจากห้องปฏิบัติการ ระดับน้ำใต้ดิน ตารางสรุปผลทดสอบ และการคำนวณหน่วยแรงแบกทานที่ยอมให้ของดินหรือแรงต้านทานที่ยอมให้ของเสาเข็ม รายงานแบบนี้ต้องรับรองโดยสถาบันที่เชื่อถือได้ตามที่กฎกระทรวงนิยามไว้ เช่น นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาบันอุดมศึกษา
อ่านผลเจาะดินเบื้องต้น ดูตรงไหน
หน้าที่เจ้าของงานเปิดดูบ่อยที่สุดคือบันทึกการเจาะ (Boring Log) ซึ่งเป็นตารางเรียงตามความลึกของหลุมแต่ละหลุม ไม่ต้องคำนวณเอง แต่ถ้าอ่านคอลัมน์หลักออก จะคุยกับวิศวกรและผู้รับเหมารู้เรื่องขึ้นมาก
| ในรายงานเขียนว่า | หมายความว่า | เกี่ยวกับเสาเข็มยังไง |
|---|---|---|
| ความลึก (Depth) และชื่อชั้นดิน เช่น ดินเหนียวอ่อน ดินเหนียวแข็ง ทรายแน่น | ใต้ที่ดินแต่ละช่วงความลึกเป็นดินอะไร | บอกว่าชั้นที่รับน้ำหนักได้ดีเริ่มที่ความลึกเท่าไร ซึ่งเป็นตัวตั้งของความยาวเข็ม |
| ค่า SPT N | จำนวนครั้งที่ตอกต่อ 300 มม. ตามกฎกระทรวง ดินเหนียวอ่อนมีค่า N ไม่เกิน 4 ส่วนดินดานและทรายแน่นมีค่า N เกิน 30 | ช่วงที่ค่า N สูงต่อเนื่อง คือช่วงที่วิศวกรมักเล็งให้ปลายเข็มไปถึง |
| กำลังรับแรงเฉือนของดินเหนียว (Su หรือ qu) | ดินเหนียวช่วงนั้นแข็งแค่ไหน | ใช้คำนวณแรงเสียดทานรอบผิวเข็มในชั้นดินเหนียว |
| ระดับน้ำใต้ดิน | เจอน้ำที่ความลึกเท่าไร | ใช้ประกอบกับความลึกของชั้นทราย ดูว่าเสาเข็มเจาะระบบแห้งวางปลายเข็มได้ถึงความลึกที่ต้องการไหม |
| ปริมาณความชื้น (Water Content) | ดินช่วงนั้นมีน้ำมากแค่ไหน | ดินเหนียวที่มีความชื้นสูงมักเป็นดินอ่อน ใช้ประกอบการจำแนกชั้นดิน |
ตัวเลขสุดท้ายที่ใช้ทำงานจริง คือขนาด ความยาว และน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยต่อต้น ซึ่งวิศวกรสรุปจากรายงานทั้งฉบับแล้วเขียนลงแบบ ผู้รับเหมาเสาเข็มทำงานตามตัวเลขในแบบ ไม่ได้อ่านค่า N แล้วกำหนดความยาวเข็มเอง
ชั้นดินกรุงเทพฯ โดยคร่าวๆ และทำไมแต่ละแปลงไม่เท่ากัน
งานวิชาการที่อธิบายชั้นดินกรุงเทพฯ ให้ภาพกว้างๆ แบบนี้ (ตัวเลขเป็นช่วงโดยประมาณ ไม่ใช่ค่าของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง)
| ชั้นดิน | ความลึกโดยประมาณ | ที่มา |
|---|---|---|
| ดินเหนียวอ่อนถึงปานกลาง | หนาราว 13–16 ม. จากผิวดิน | Teparaksa, 2019 |
| ดินเหนียวแข็ง | ต่อลงไปถึงราว 21–28 ม. | Teparaksa, 2019 |
| ชั้นทรายชั้นแรก | ราว 20–40 ม. และบางบริเวณไม่มีชั้นนี้ | Boonyatee et al., 2015 |
| ชั้นทรายชั้นที่สอง | ราว 45–55 ม. | Teparaksa, 2019 |
ช่วงที่กว้างขนาดนี้คือเหตุผลที่วิศวกรไม่อยากเดาจากที่ดินข้างเคียง ความหนาของดินเหนียวอ่อนและความลึกของชั้นทรายเปลี่ยนไปตามทำเล ห่างกันไม่กี่กิโลเมตรก็ต่างกันได้ ที่ดินที่เคยเป็นบ่อหรือถมใหม่ก็ยิ่งเดายาก
แหล่งอ้างอิง: W. Teparaksa, Press-in Newsletter (มี.ค. 2019) · Boonyatee et al., Geotechnical Engineering Journal of the SEAGS & AGSSEA (2015) · ตรวจ 18 ต.ค. 2569
ผลเจาะดินถูกใช้ตรงไหนในงานเสาเข็มเจาะ
1. ความยาวเข็ม
เสาเข็มเจาะรับน้ำหนักจากแรงเสียดทานรอบผิวเข็มกับแรงต้านที่ปลายเข็ม ทั้งสองอย่างขึ้นกับชั้นดินที่เข็มผ่านและชั้นที่ปลายเข็มไปหยุด ความยาวเข็มจึงขึ้นกับชั้นดินและน้ำหนักอาคาร งานเสาเข็มเจาะระบบแห้งในกรุงเทพฯ มักลึกราว 18–21 ม. แต่ขึ้นกับลักษณะชั้นดินของแต่ละทำเล (ดูลำดับงานใน 7 ขั้นตอนการเจาะเสาเข็ม)
2. เสาเข็มเจาะระบบแห้งใช้ได้ไหม
ระบบแห้งเจาะด้วยกระเช้าและใช้ปลอกเหล็กกันดินพังช่วงบน มีข้อจำกัดคือวางปลายเข็มในชั้นทรายที่มีน้ำไม่ได้ เพราะทรายพังเข้ามาในหลุมได้ง่าย บันทึกการเจาะที่บอกความลึกของชั้นทรายและระดับน้ำใต้ดินจึงช่วยให้รู้ตั้งแต่ต้นว่าระบบแห้งไปได้ถึงความลึกที่ต้องการไหม ถ้าแบบต้องการความลึกเกินกว่าที่ระบบแห้งทำได้ วิศวกรผู้ออกแบบจะเลือกชนิดเข็มที่เหมาะกับดินแปลงนั้น (อ่านต่อ: เสาเข็มเจาะแบบแห้ง)
3. ขนาดและจำนวนต้น
ถ้าดินช่วงที่เข็มผ่านมีกำลังดี เข็มแต่ละต้นก็รับน้ำหนักได้มากขึ้น วิศวกรจึงเลือกปรับได้ทั้งขนาดหน้าตัด ความยาว และจำนวนต้น ให้รับน้ำหนักอาคารได้ตามที่คำนวณ ขนาดที่ใช้กันทั่วไปอ่านได้ที่ เสาเข็มเจาะขนาดไหนดี เทียบ 35 40 50 60 ซม.
4. ใบเสนอราคา
ความลึกเป็นตัวแปรใหญ่ของราคาเสาเข็มเจาะ เพราะลึกขึ้นก็ใช้คอนกรีต เหล็ก และเวลาเพิ่ม ถ้ามีผลเจาะดินและแบบที่ระบุความยาวชัด ใบเสนอราคาก็ตั้งจากความยาวในแบบได้ตรงขึ้น (ดู ราคาเสาเข็มเจาะคิดจากอะไร 7 ปัจจัย) และควรคุยไว้ด้วยว่าถ้าเจาะจริงแล้วชั้นดินไม่ตรงกับที่ประเมิน จะคิดส่วนต่างยังไง ซึ่งเป็นคำถามข้อหนึ่งใน วิธีเลือกผู้รับเหมาเสาเข็มเจาะ
ไม่มีผลเจาะดิน ทำเสาเข็มได้ไหม
สำหรับอาคารที่ไม่อยู่ในข้อ 5 กฎหมายไม่บังคับ แต่ค่าแรงเสียดทานเสาเข็มตามข้อ 8 ใช้กับดินเหนียวอ่อนมากไม่ได้ ซึ่งพบได้ทั่วไปในกรุงเทพฯ และปริมณฑล วิศวกรผู้ออกแบบจึงเป็นคนตัดสินว่าจะออกแบบจากข้อมูลดินบริเวณใกล้เคียง กำหนดให้ทดสอบเสาเข็มหลังทำเสร็จเพื่อยืนยันอีกชั้น (ดู ทดสอบเสาเข็มเจาะมีกี่แบบ) หรือให้เจาะสำรวจก่อน สิ่งที่ต้องรู้ไว้คือ เมื่อไม่มีข้อมูลดินของแปลงนั้น ความยาวที่ใช้ตั้งราคาเป็นค่าประเมิน ถ้าเจาะจริงแล้วชั้นดินต่างจากที่คิดก็อาจต้องปรับความยาวหน้างาน การปรับนี้ต้องผ่านวิศวกรผู้ออกแบบทุกครั้ง
ส่วนอาคารตามข้อ 5 ต้องมีรายงานการสำรวจดินประกอบรายการคำนวณ จึงต้องเจาะสำรวจก่อนออกแบบ
ค่าเจาะสำรวจดินประมาณเท่าไร
ค่าเจาะสำรวจดินขึ้นกับจำนวนหลุม ความลึก การทดสอบในห้องปฏิบัติการ และค่าเดินทาง ตัวอย่างราคาที่บริษัทสำรวจดินประกาศไว้บนเว็บของตัวเอง
| ประเภทงาน | จำนวนหลุม · ความลึก | ช่วงราคาที่ประกาศ | ใครประกาศ |
|---|---|---|---|
| บ้านเดี่ยว 2 ชั้น | 2–3 หลุม · 20–30 ม. | 20,000–40,000 บาท | SPN Soil Engineering |
| ทาวน์เฮ้าส์/ทาวน์โฮม | 2–3 หลุม · 20–30 ม. | 20,000–50,000 บาท | SPN Soil Engineering |
| อาคารพาณิชย์ 3–4 ชั้น | 3–4 หลุม · 25–30 ม. | 30,000–70,000 บาท | SPN Soil Engineering |
ที่มา: spnsoiltest.com (หน้าเว็บระบุ “อัปเดต 28 กันยายน 2026” · ตรวจ 18 ต.ค. 2569) ผู้ประกาศระบุว่าเป็น “ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ” รวมงานสนาม การทดสอบพื้นฐาน และรายงานรับรองโดยวิศวกร แต่ยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าขนย้ายเครื่องมือ และ VAT ราคาจริงต้องขอใบเสนอราคาตามหน้างาน ตารางนี้เป็นตัวอย่างจากผู้ให้บริการรายหนึ่ง บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ลำดับงานตั้งแต่สำรวจดินจนเสาเข็มเสร็จ
- เจาะสำรวจดิน (ถ้าวิศวกรกำหนด หรือกฎหมายบังคับ) ได้รายงานการสำรวจดินฐานราก
- วิศวกรออกแบบฐานราก กำหนดชนิด ขนาด ความยาว จำนวน และน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยต่อต้นลงในแบบ
- เขียนสเปคและขอราคา เขียนสิ่งที่ต้องการให้ครบในเอกสารตั้งแต่แรก (ดู สเปคเสาเข็มเจาะต้องระบุอะไรบ้าง)
- ลงเสาเข็มและตรวจหน้างาน (ดู ตรวจงานเสาเข็มเจาะหน้างานต้องดูอะไรบ้าง)
- ทดสอบเสาเข็ม ตามที่แบบหรือวิศวกรกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
สร้างบ้านต้องเจาะสำรวจดินไหม
กฎหมายไม่ได้บังคับบ้านพักอาศัยทั่วไป กฎกระทรวงฐานราก พ.ศ. 2566 บังคับเฉพาะอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารขนาดใหญ่ที่เป็นอาคารควบคุมการใช้ สูงตั้งแต่ 4 ชั้น และอาคารตั้งแต่ 4 ชั้นในโครงการจัดสรร แต่ถ้าที่ดินเป็นดินเหนียวอ่อนมาก ค่าเสาเข็มตามข้อ 8 ใช้ไม่ได้ วิศวกรอาจให้เจาะสำรวจ รวมถึงเมื่อไม่รู้สภาพดิน หรืออาคารมีน้ำหนักมาก
เจาะสำรวจดินกี่หลุม
อาคารที่กฎหมายบังคับต้องสำรวจไม่น้อยกว่า 3 จุด ส่วนงานอื่นจำนวนหลุมขึ้นกับขนาดอาคารและผังที่ดิน วิศวกรผู้ออกแบบหรือบริษัทสำรวจดินเป็นคนกำหนด
ค่า SPT N บอกอะไร
ค่า N คือจำนวนครั้งที่ตอกกระบอกเก็บดินให้จม 300 มม. สุดท้าย (จากการตอกทั้งหมด 450 มม.) ด้วยลูกตุ้ม 63.5 กก. ที่ปล่อยจากความสูง 760 มม. ยิ่งค่าสูง ดินยิ่งแน่นหรือแข็ง ตามกฎกระทรวง ดินเหนียวอ่อนมีค่า N ไม่เกิน 4 ส่วนดินดานและทรายแน่นมีค่า N เกิน 30
ใช้ผลเจาะดินของที่ดินข้างเคียงแทนได้ไหม
ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ชั้นดินในกรุงเทพฯ เปลี่ยนตามทำเล ความลึกของชั้นทรายชั้นแรกต่างกันได้หลายเมตร และบางบริเวณไม่มีชั้นนี้ ถ้าอาคารอยู่ในกลุ่มที่กฎหมายบังคับ ต้องสำรวจในที่ดินที่จะก่อสร้าง
บริษัทเสาเข็มเจาะสำรวจดินให้ด้วยไหม
บริษัท เสาเข็มเจาะ จำกัด รับเฉพาะงานเสาเข็ม ไม่ได้ให้บริการเจาะสำรวจดิน งานสำรวจดินควรจ้างบริษัทที่ทำรายงานได้ตามเงื่อนไขของกฎกระทรวง แล้วส่งรายงานให้วิศวกรผู้ออกแบบใช้กำหนดเสาเข็มในแบบ
มีแบบหรือผลเจาะดินแล้ว ส่งให้ทีมประเมินงานเสาเข็มได้
บริษัท เสาเข็มเจาะ จำกัด รับงานเสาเข็มเจาะระบบแห้ง ไมโครไพล์ และเสาเข็มกดไฮดรอลิก ทำตามแบบของวิศวกร ส่งแบบฐานราก รายงานผลเจาะดิน (ถ้ามี) และรูปทางเข้าหน้างานมาทาง ไลน์ @boredpile เพื่อให้ทีมประเมินและเสนอราคาเบื้องต้น ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทีมงานเข้าดูหน้างานให้ฟรี ส่วนงานต่างจังหวัดรับทั่วประเทศ สอบถามเงื่อนไขการเข้าดูหน้างานได้ทางไลน์ ดูบริการทั้งหมดได้ที่ บริษัท เสาเข็มเจาะ จำกัด หรือโทร 086-610-6000

